ใครจะรู้ว่า…เฮ้ออ” นางถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่จะมีเมฆมากปรากฏในดวงตาของนาง รูปลักษณ์บนใบหน้าของนางทำให้นางดูแก่กว่าคนขับรถตามเส้นทางบ้านของยาย และหยุดที่หน้าของประตู เฟิงหยูเองช่วยประคองยายออกจากรถ แต่ก่อนที่นางจะยืนได้อย่างมั่นคง เสียงแห่งความโกลาหลก็มาจากข้างในสนามขณะที่สาปแช่งเติมอากาศมือของยายสั่นโดยไม่รู้ตัว “จู้เอ๋อ ! “เฟิงหยูเองมองตามสายตาของยายและเห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าลาน เมื่อมองไปที่ผู้หญิงที่อยู่ข้างใน เขาเริ่มสาปแช่ง “เจ้ามันเลว ! เพื่อประโยชน์ในการนำครอบครัวของเจ้าเข้ามา เจ้าถึงได้ดิ้นรนที่จะขับไสไล่ส่งแม่ของข้าออกไป ครอบครัวนี้เป็นของเจ้าหรือของข้า ? ”ผู้หญิงคนนั้นพูดทันที “ข้าแต่งงานกับเจ้าแล้ว แล้วมีอะไรผิดกับการที่ตระกูลมารดาข้าในการอาศัยอยู่ในห้องไม่กี่ห้อง ? ตระกูลของเจ้ายากจน เจ้าสามารถมอบสินสอดได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ข้าจึงให้ท่านแม่อาศัยอยู่ในห้องเหล่านั้น ถ้าท่านแม่ของเจ้ามีความสามารถ เจ้าจะแต่งงานเมื่ออายุมากเช่นนี้หรือ? ข้าจะบอกเจ้าว่าถ้าเจ้าไม่ดูแลตระกูลมารดาข้า ข้าก็จะไม่อยู่กับเจ้า ! ข้าจะดูว่าเจ้าสามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้ ! ”เมื่อได้ยินเรื่องนี้หญิงชราก็แทบหายใจไม่ออก แต่นางก็ซื่อตรงกับรากเหง้าของสถานการณ์ ทำให้นางรู้สึกผิดเล็กน้อย นางรู้สึกว่านางไม่มีความสามารถที่จะให้บุตรชายของนางมีชีวิตที่ดี หากการแต่งงานของบุ