เองก็วิ่งหนีไปเช่นกัน ซวนเทียนหมิงพุ่งสูงขึ้นและจับนางไว้ และตะโกนคำสั่งในเวลาเดียวกัน “อย่าปล่อยให้รอดแม้แต่คนเดียว ปกป้องเมืองให้รอด ! ”
เสียงของทหารที่พุ่งเข้าปะทะทำให้อากาศสั่น เฟิงหยูเองจับข้อมือของเสี่ยวหยาแล้วดึงยาโรคหัวใจออกมาจากมิติของนางแล้วยัดเข้าไปในปากของเสี่ยวหยา นางพูดเสียงดัง “ไม่มีอะไรผิดปกติกับนางมาก บานซู องค์ชายเหลียนอยู่ที่ไหน ? ”
บานซูส่ายหัว “ข้าตามไม่ทันขอรับ กองทัพของตวนมู่อันกัวได้ปิดกั้นเส้นทางนั้นไว้ ข้าผ่านไม่ได้ขอรับ”
เฟิงหยูเองตกใจเล็กน้อย อย่างไรก็ตามนางไม่สามารถคิดมากได้ นางสั่งให้คนปกป้องเสี่ยวหยา ก่อนที่จะย้ายไปร่วมกับทหารไปยังเมืองอย่างไรก็ตามซวนเทียนหมิงจับมือนางแล้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “จงอยู่เคียงข้างองค์ชายผู้นี้ หากเจ้าไปอีกครั้ง ข้าจะหักขาของเจ้า”
บานซูเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ถูกต้อง ขาของคุณหนูทั้งสองจะหักขอรับ” พระชายาผู้นี้ยากเกินกว่าที่จะควบคุมได้อย่างแท้จริง
“แต่…” น ้าเสียงของซวนเทียนหมิงเปลี่ยนไป “ไฟที่เจ้าก่อทำให้องค์ชายผู้นี้หน้าซีดไปบ้าง”
ต้องบอกว่าการตายของตวนมู่ชงทำให้ทหารของภาคเหนือกลายเป็นเหมือนไก่หัวขาด พวกเขาตกลงไปในความระส ่าระสาย ในทางกลับกันการกลับมาของเฟิงหยูเองนั้นก็เหมือนกับการทำให้หัวใจของทหารราชวงศ์ต้าชุนฮึกเหิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทหารจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือที่ไม่เคยพบเฟิงหยูเอง อุปกรณ์ขยายเสียงลึกลับของเฟิงหยูเองมา