กว่าข้าเป็นองค์หญิง” นางยิ้มเยาะ “เสด็จพ่อไม่มีพระธิดาเลย ข้ากลัวว่าการโกหกนี้จะดูง่ายเกินไป”
นางเอ่ยถึงเสด็จพ่อออกมา และผู้พิพากษาหลู่ก็ตัวแข็งทื่อ ด้วยการเปิดเผยตัวตนขององค์หญิงจี่อันที่อยู่ในที่โล่ง เขามีความหวังอะไรในการดำรงชีวิต
ผู้พิพากษาหลู่รู้สึกตัวชาและรู้สึกถึงความตายก็เริ่มคืบคลานเข้ามา แต่เฟิงหยูเองไม่ได้ให้ความสนใจกับเขามากนัก นางพูดกับบานซู “ระบบทาสนี้ไม่ดีเลย การจ้างคนทำงานผลิตและแรงงานไม่ได้ไร้ที่ติ แต่ถ้าใครพึ่งเงิน และสามารถซื้อชีวิตของกรรมกรทำให้พวกเขาตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ เช่น การแต่งงานและชีวิตนี่เป็นเรื่องไร้มนุษยธรรมอย่างแท้จริง”
บานซูถามนางว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณหนูรู้สึกว่าอะไรดีขอรับ ? ”
เฟิงหยูเองกล่าวว่า “ทุกคนควรเป็นตัวของตัวเองมีอิสระในความรักการแต่งงานและการทำงาน ชีวิตต้องเป็นอิสระ ไม่มีใครที่จะมีสิทธิ์ในการควบคุมผู้อื่น แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ปกครอง พวกเขาจะสามารถออกความเห็นได้มากกว่าคนเพียงคนเดียวที่จะมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเหล่านี้”
ไม่ต้องพูดถึงผู้พิพากษาหลู่ แม้แต่บานซูก็เข้าใจสิ่งที่ถูกพูดได้ แต่บ่าวรับใช้ของเฟิงหยูเองรู้สึกว่านี่เป็นจุดที่ดี ไม่ว่าเจ้านายจะทำอะไรพวกเขาล้วนเป็นผู้สนับสนุน แม้ว่าเฟิงหยูเองจะก่อกบฏในวันนี้ บานซูจะมีเกียรติและช่วยเหลือนางที่ราชวงศ์ต้าชุน
“ดีขอรับ” บานซูพยักหน้า “เมื่อวันหนึ่งคุณหนูมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลก เรา