ตวนมู่อันกัว สีหน้าของตวนมู่อันกัวในเวลานั้น โอ้ ! ” แค่คิดมันก็ทำให้นางหัวเราะ “บานซู เจ้าไม่เห็นแต่ฉากนั้นยอดเยี่ยมมาก”
บานซูกัดฟันแล้วกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าเห็นแล้ว นับตั้งแต่คุณหนูไปที่วัด ข้าเห็นคุณหนู ! ” เฟิงหยูเองสั่นและได้ยินบานซูกล่าวต่อ “ถ้าคุณหนูไม่ใช่เจ้านายของข้า ข้าคงเห็นคุณหนูเป็นสัตว์ประหลาด และโยนคุณหนูลงไปในแม่น ้าเพื่อเลี้ยงปลาแล้วขอรับ”
เฟิงหยูเองตัวสั่นอีกครั้ง นางรวบแขนของบานซูด้วยมือทั้งสองข้างและกล่าวกับเขาว่า “วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ เด็กน้อยคนนี้อยากเป็นเจ้านายของเจ้าตลอดไป เด็กน้อยคนนี้แค่ขอให้วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่มีเมตตาและช่วยชีวิตนางด้วย ! ”
บานซูรู้สึกว่าในที่สุดจะมีวันหนึ่งเมื่อเขาถูกเฟิงหยูเองไล่ เขาไม่รู้จริง ๆว่าองค์ชายเก้าทนความวิกลจริตของนางได้อย่างไร เขาตัดสินใจว่าก่อนที่เขาจะเสียสติ เขาจะดูแลเรื่องสำคัญ ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า “ข้าแค่กังวลว่าจะไม่มีที่พัก มันจะเป็นการดีกว่าถ้าคุณหนูจะตามคนของตระกูลหลู่และใช้ห้องของเขาเพื่อพักผ่อน เมื่อท้องฟ้ามืดลงตวนมู่อันกัวจะไม่สามารถคาดหวังได้ว่าเราจะซ่อนตัวในห้องของผู้พิพากษาคนนี้”เขาหายใจเข้าและกล่าวเสริม “กลัวว่าเขาจะไม่อยู่ทางเหนือ และจะหนีไป”
เฟิงหยูเองส่ายหัว “นั่นเป็นไปไม่ได้ ข้ารับประกันได้ว่าเขาจะไม่หนีไปไหน”
“โอ๊ะ ? ” บานซูถามนาง “ทำไมคุณหนูถึงแน่ใจอย่างนั้นขอรับ ? ”
นางวิเคราะห์ “ถ้าเขาต้องการวิ่งหนี เขา