คำพูดของเฟิงจื่อหรูได้ทำให้เกิดสีหน้าน่าประหลาดใจขององครักษ์เงาแม้ว่ามันจะหายไปอย่างรวดเร็วมาก แต่เด็กคนนี้ก็ยังสังเกตเห็น
เฟิงจื่อหรูเหล่ตาและยิ้มแล้วกล่าวว่า “องครักษ์เงา ข้าพูดถูกใช่หรือไม่ ?”
องครักษ์เงาปฏิเสธมันทันที “ไร้สาระ ! ถ้าพราชายาหยุนไม่อยู่ในตำหนัก นางจะไปไหนได้เจ้าคะ”
“ถ้าอย่างนั้นคำถามนั้นก็คงต้องถามเจ้า” เฟิงจื่อหรูแบมือ “ข้าก็ไม่รู้อย่างไรก็ตามถ้าเจ้าไม่รู้ เมื่อท่านปู่เข้ามาในตำหนักในวันพรุ่งนี้ ข้าจะพูดกับท่านปู่ ข้าจะให้ท่านปู่กราบทูลฮ่องเต้ ข้าเชื่อว่าเมื่อฮ่องเต้ทรงได้ยินเรื่องนี้ ฝ่าบาทจะส่งคนออกไปตามหานางอย่างแน่นอน ใครจะรู้บางทีฝ่าบาทจะออกไปตามหาด้วยตัวเอง ถ้าฮ่องเต้ออกจากพระราชวังและมีคนรู้เรื่อง นั่นจะเป็นปัญหาใหญ่มาก ! ”
เด็กคนนี้พูดด้วยน ้าเสียงที่เป็นกังวลและทิ้งให้องครักษ์เงาซึ่งได้ยินสิ่งนี้รู้สึกหนาวเหน็บ แม้ว่านางจะไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมเด็กน้อยคนนี้คิดว่าพราชายาหยุนไม่ได้อยู่ในตำหนัก การที่เขาสามารถพูดเช่นนี้ได้แน่นอนว่าเขาได้พบเบาะแสบางอย่าง หากต้องการปฏิเสธตอนนี้ก็จะไม่มีประโยชน์ ยิ่งกว่านั้นถ้าเด็กน้อยคนนี้พูดอะไรบางอย่างกับหมอเทวดาเหยา…
ยิ่งองครักษ์เงาคิดมากเท่าไหร่นางก็รู้สึกตกใจมากขึ้น เมื่อนางมองที่เฟิงจื่อหรูอีกครั้ง นางก็คิดอย่างรวดเร็วและเข้าใจว่า “นายน้อยพูดข่มขู่ข้าเช่นนี้ ท่านต้องมีคำขอบางอย่าง พูดความต้องการของท่านมาเจ้าค่ะ”
ดูเห