็ดมี 2 คนหรือไม่”
วังจู้โบกมือของเขาและมียามออกไป จากนั้นเขาก็เดินไปที่ประตูห้องขังและนำจานออกมาจากกล่องอาหาร และวางมันลงบนพื้น โดยไม่สนใจว่าคนที่อยู่ข้างในมองเขา เขาเพียงกล่าวว่า “องค์หญิงกล่าวว่าเพียงเพราะนางไม่เปิดเผยบางสิ่งไ ม่ใช่ว่านางไม่รู้ อย่าลองเคลื่อนไหวต่อหน้านาง เมื่อพูดถึงการเล่นเล่ห์เหลี่ยมนางเก่งกว่ามาก”
บุคคลที่อยู่ภายในไม่ได้พึมพำกับตัวเองต่อไป นางถามวังจู้ “องค์หญิงคือใคร?”
วังจู้กล่าว “ข้าลืมบอกเจ้า เจ้าหญิงแห่งมณฑลจีอันขั้นสองตอนนี้ได้เลื่อนขั้นเป็นองค์หญิงขั้นหนึ่งแล้ว หากมีวันหนึ่งที่ซงซุยพาเจ้าออกไปเจ้าจะต้องจำไว้ว่าให้เตรียมของกำนัลให้นาง ! ”
วังจู้ไม่ได้อยู่นาน เมื่อนำอาหารออกมาเขาก็ออกไป อย่างไรก็ตามเฉียนหยินมองดูอาหารอย่างว่างเปล่า จากนั้นนางก็มีอาการทางจิตอีกครั้ง
พวกเขาเหมือนกัน และนางยังจำได้ไม่กี่ครั้งที่นางเคลื่อนไหวสิ่งต่าง ๆด้วยตะเกียบของนาง นี่คืออาหารที่นางทานในช่วงน ้าท่วม ในคืนที่นางถูกลากกลับไปยังเมืองหลวง เฟิงหยูเองพูดถึงมัน นางคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก อย่างไรก็ตามนางไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว อาหารจานนี้ก็ยังคงอยู่ ! แม้แต่สีก็ไม่เปลี่ยน ดูเหมือนว่าน ้าท่วมเป็นเพียงเมื่อวานนี้
หลี่หยูรู้สึกว่าจิตใจของนางยุ่งเหยิง อาหารเหล่านั้นเหมือนผีที่ทำร้ายจิตใจนาง นางถอยร่นไปจนสุดถึงกำแพง อย่างไรก็ตามนางไม่สามารถหยุดตัวเองจากการสั่น
เฟิงหย