าจริง ๆ ! เจ้าจำบุตรสาวของตัวเองไม่ได้หรือ ? ไม่เป็นไร ฟังข้าให้ดี เฟิงหยูเองไม่ได้เป็นบุตรสาวของเจ้าอีกต่อไป นางเป็นชายาขององค์ชายผู้นี้ นางเป็นลูกสะใภ้ของฮ่องเต้ ต่อหน้านาง เจ้าไม่เกี่ยวข้องอะไรแล้ว ! ระวังตัวเองด้วย”
หลังจากพูดคำสุดท้ายแล้วซวนเทียนหมิงไม่ต้องการที่จะมองผู้หญิงคนนี้อีกต่อไป ในขณะที่เขาหันหลังกลับและจากไป
เหยาซื่อไม่สามารถคุกเข่าต่อไปได้ นางล้มลงพื้น นางต้องการพิงบ่าวรับใช้ นางตกใจมาก แต่เมื่อนางยกแขนขึ้น นางก็พบว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่น
ไม่มีบ่าวรับใช้อยู่ดูแลนาง แม้แต่ฉิงหลานซึ่งเป็นบ่าวรับใช้ส่วนตัวของนางก็แค่มองนางเฉย ๆ
เหยาซื่อสามารถเห็นร่องรอยของความขุ่นเคืองในสายตาของฉิงหลานและนางรู้สึกตกใจ ความรู้สึกของการกบฏเต็มในใจของนางและนางก็ไม่สามารถปิดกั้นได้ แต่นางเชื่อว่าฉิงหลานไม่เคารพนางพร้อมกับบ่าวรับใช้คนอื่นที่ไม่เคารพนาง พวกเขาได้รับคำสั่งให้ทำเช่นนั้นโดยเฟิงหยูเอง นางชี้ไปที่ฉิงหลานและตะโกนว่า “เจ้าเป็นคนของนางใช่หรือไม่ ?นางจัดการให้เจ้ามาที่นี่ ! เจ้าต้องการอะไร ? เจ้าต้องการชีวิตของข้าหรือ ? ”
ฉิงหลานน ้าตาไหล ขณะที่นางจับข้อมือของเหยาซื่อและขอร้อง “ท่านฮูหยินเหยาตั้งสติเจ้าค่ะ ! ตราบใดที่ท่านเต็มใจที่จะตื่นขึ้นมา ชีวิตของท่านจะยังคงดำเนินต่อไปตามที่มันมี คุณหนูต้องการชีวิตท่านได้อย่างไรฦ คุณหนูรักท่านมากเกินคำบรรยาย ! ย้อนกลับไปเมื่อท่านถูกวางยาพิษจากยาสับ