จะล็อคเขาไว้ มันก็จะดีกว่าปล่อยเขาแบบนี้ ! แต่การเคลื่อนไหวของฮ่องเต้เคลื่อนไปสู่บริเวณที่เขากลัวมากที่สุด เขาไม่สนใจเฟิงจินหยวนจริง ๆ มุ่งเน้นที่การดึงเหยาเซียนไปยังเรือนด้านใน ฮ่องเต้ลืมเขาไปโดยสิ้นเชิง
เฟิงจินหยวนยังคงตบตัวเองอย่างต่อเนื่อง มันเป็นเฟิงหยูเองที่ชะลอฝีเท้าของนางให้ช้าลง แต่การหยุดเล็กน้อยนี้ไม่ใช่สำหรับเขา มันสำหรับเหยาซื่อ
เฟิงหยูเองเดินไปช่วยพยุงเหยาซื่อให้ลุกขึ้นมาจากพื้น อย่างไรก็ตามมันไม่ได้มีความสุขเหมือนที่ผ่านมา มันดูห่างเหินเล็กน้อยขณะที่นางกล่าวว่า “ท่านแม่ก็เห็นด้วยเช่นกันทัศนคติของฮ่องเต้ที่มีต่อท่านปู่และตระกูลเหยา ท่านแม่ก็เห็น” นางชี้ไปที่เฟิงจินหยวน “ทัศนคติของฮ่องเต้ต่อตระกูลเฟิง ไม่ว่าท่านแม่จะต้องการกลับไปกับเขาหรือไม่ และท่านแม่ควรเกลียดตระกูลเฟิงหรือตระกูลเหยา ลองคิดดูให้ดี! หากท่านแม่ยืนยันที่จะกลับไป ข้าจะไม่หยุดท่านแม่ ตระกูลเฟิงจะย้ายออก เมื่อเวลานั้นมาถึง คฤหาสน์ของบุตรสาวของฮ่องเต้ก็จะอยู่ไกล หากมีบางสิ่งเกิดขึ้นข้าจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย ท่านแม่จะต้องดูแลตัวเอง”หลังจากพูดอย่างนี้นางก็หันหลังจากไปและทิ้งเหยาซื่อไว้กับบ่าวรับใช้ของนาง
วังซวนและหวงซวนถอนหายใจซ ้า ๆ ปลอบโยนนางเป็นครั้งคราว“คุณหนู อย่าได้ใส่ใจกับมัน บางทีท่านฮูหยินเหยาอาจจะก็สับสนชั่วคราวก็ได้เจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองยิ้มอย่างขมขื่น สับสนชั่วราว ? นั่นไม่ใช่มัน เหยาซื่อไม่สามารถรั