ะค่ะ” หลังจากที่เขาพูดแบบนี้ เขาคำนับสามครั้ง “กระหม่อมเป็นเจ้าเมืองและได้แบ่งเบาภาระของฝ่าบาท ในขณะที่ช่วยเหลือปราชาชนให้อยู่ดีกินดีเป็นเวลาหลายเดือน แต่ความชอบของกระหม่อมไม่สามารถชดเชยได้ความโกลาหลนี้เกิดจากความผิดพลาดขอกระหม่อม กระหม่อมจะไม่ทูลขอฝ่าบาทให้ละเว้นชีวิตของกระหม่อม กระหม่อมยินดีลาออกยอมรับความผิดของข้าและพร้อมตาย ข้าหวังว่าฝ่าบาทจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ผู้นี้ช่วยองค์ชายเก้าในการไต่สวนคดีนี้ให้เสร็จสิ้นเพื่อที่จะได้มีคำอธิบายให้กับฝ่าบาทและราษฎร ถ้าเป็นเช่นนั้นแม้ว่ากระหม่อมจะเสียชีวิตแต่ก็จะไม่เสียใจพะยะค่ะ” เขาพูดอย่างจริงจังและไม่มีความโลภ ฮ่องเต้รู้ว่าซูจิงหยวนนี้เป็นคนขององค์ชายเก้า และเขาเป็นคนซื่อสัตย์ที่ทำงานหนัก เขาชัดเจนทั้งถูกและผิด ขณะเกลียดชังความชั่วร้ายเหมือนศัตรู เขาทำงานอย่างเรียบง่ายและเรียบร้อย เขาลังเลที่จะฆ่าอีกฝ่าย แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การดูแลของเขาในฐานะเจ้าเมือง คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ โชคดีที่บุคคลนี้ไม่โง่ เขาใช้ความคิดริเริ่มที่จะประกาศกรณีแรกแล้วรับทราบข้อผิดพลาดของเขา เรื่องนี้ทำให้เขามีเวลาและโอกาสที่จะอยู่อย่างสบาย
ฮ่องเต้พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ข้าอนุญาต” เขาไม่ได้พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว เช่นเดียวกับการปราชุมราชสำนักในเช้าวันนี้ ฮ่องเต้คิดในสิ่งที่เขาต้องการจะพูดและทำ รวมถึงเรื่องของซูจิงหยวน ทุกอย่างเป็นไปตาม