ชายห้า, ซวนเทียนหยาน ในเวลานี้ทั้งเขาและเฟิงจินหยวนได้สังเกตุเห็นขบวนรถม้าจากพระราชวังที่หยุดไม่ไกลเกินไป ซวนเทียนหยานพูดทันทีโดยไม่รู้ตัว“เป็นรถม้าของน้องเก้า”
เฟิงจินหยวนสั่น โดยไม่พูดอะไรอีก เขารีบไปที่รถม้าของพระราชวัง เมื่อมาถึงข้างหน้าเขาก็คุกเข่าแล้วเปล่งเสียงพูดขึ้นมาว่า “ข้ารู้สึกขอบพระทัยองค์ชายที่เสด็จมาแสดงความเสียใจกับเจ้าพนักงานนี้ รู้สึกขอบพระทัยเป็นอย่างยิ่งพะยะค่ะ”
ซวนเทียนหยานยังเดินไปข้างหน้า แต่เขาให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกว่าเฟิงจินหยวน เขาไม่รู้ว่าน้องเก้าของเขาอยู่ข้างในหรือไม่ แต่เขาบังเอิญเห็นเฟิงหยูเองนั่งอยู่ข้างใน
เขาไม่แปลกใจมาก มันคงไม่เป็นเรื่องปกติสำหรับเฟิงหยูเองที่จะนั่งในรถม้าของพระราชวังของซวนเทียนหมิง นอกจากนี้ยังอาจไม่เป็นเรื่องปกติมากไปกว่าการพบคุณหนูตระกูลเฟิงหน้าคฤหาสน์เฟิง เขาแค่ดูเฟิงจินหยวนที่คุกเข่าและขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดกับเฟิงหยูเอง “องค์หญิงแห่งมณฑล เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
เฟิงจินหยวนตื่นตกใจแล้วก็เงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นบุตรสาวคนที่สองที่นั่งอยู่ในรถม้าและมองมาที่พวกเขา เฟิงจินหยวนรู้สึกว่าอับอายขายหน้าอย่างมาก แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าซวนเทียนหมิงอยู่ข้างในหรือไม่ความคิดของเขาที่ต้องการลุกขึ้นก็ได้แต่ระงับเอาไว้เท่านั้น
ในเวลานี้พวกเขาได้ยินเฟิงหยูเองพูดจากข้างในรถม้าว่า “ท่านพ่อเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยใส่ใจกับกฎของอันดับที่สูงขึ้นหรือต ่าลงเลย