ชาติแล้วพวกเขาจะไม่ยอมให้พวกเจ้ามีชีวิตอยู่อีกต่อไปคิดให้รอบคอบ ถ้าพวกเจ้ายังต้องการที่จะยิงลูกธนูที่พวกเจ้าง้าง”
คำพูดเหล่านี้มีความมุ่งมั่นและทะลุเข้าไปในใจพวกเขา บรรดาทหารที่ดาเป็นสีแดงก ่าจากการต่อสู้ ในที่สุดก็ตอบสนองต่อตรรกะนี้ พวกเขาไม่สามารถช่วยได้ หน้าผากของพวกเขามีเหงื่อเย็น คราวนี้แม้แต่พลธนูก็ยังหวั่นไหว ใครจะรู้ว่าใครเป็นผู้นำในการลดคันธนูของพวกเขา แต่เมื่อคนหนึ่งลดระดับธนูลง คนที่สองก็จะตามมา จนกระทั่งทุกคนลดอาวุธลง ทุกคนโยนอาวุธลงบนพื้น เฟิงหยูเองยืนอยู่ด้านหลังมู่ชิงและหัวเราะคิกคัก “รองแม่ทัพ เจ้าเป็นผู้ตัดสิน คำพูดของอาเองเป็นอย่างไรบ้าง”
มู่ชิงโกรธมากจนอวัยวะภายในของเขากำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆเขาตะโกนซ ้า “ฆ่าพวกมัน ! ตระกูลตวนจะแก้แค้นให้ข้า ! ”
ในเวลานี้ใครจะฟังเขา ทุกคนเริ่มถอยทีละก้าว ในความเป็นจริงเส้นทางสู่เมืองหลวงก็เปิดขึ้น
เฟิงหยูเองเย้ยหยันและกระโดดออกจากรถพร้อมกับมู่ชิง จากนั้นนางก็เดินไปที่ด้านข้างของซวนเทียนฮั่ว ในขณะที่เดิน นางบิดนิ้วมือแทงเข้าที่คอของมู่ชิง ความเจ็บปวดเกือบจะทำให้มู่ชิงฉีกขาด เขาต้องการตะโกน แต่การเคลื่อนไหวของเฟิงหยูเองนั้นเร็วมาก ในไม่ช้านางก็หยุดเคลื่อนไหว มู่ชิงพยายามที่จะตะโกน แต่พบว่าเขาไม่สามารถส่งเสียงได้เลย
เฟิงหยูเองเอนตัวพิงศีรษะและพูดเบา ๆ ว่า “มันเจ็บปวดมาก อย่าขยับไปมา องค์หญิงแห่งมฑลได้จับคอของเจ้าไว้ แม้ว่าเจ้าจะมี