พราชายาหยุนยังคงมีเหตุผลอยู่บ้างเมื่อเหยาเซียนจะถูกเรียกเข้ามาในพระราชวังหรือไม่ เฟิงหยูเองเห็นว่านางรู้สึกขัดแย้งกัน ในท้ายที่สุดพระชายาหยุนก็ส่ายหน้าและกล่าวว่า “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แม้ว่าหมอเหยาจะเข้ามาในพระราชวังก็คงเป็นเพราะตาแก่ซวน ไม่ใช่เพราะข้า” ในท้ายที่สุดนางยังคงอดทน หลังจากพูดไปซักพักนางก็เหนื่อย อาจเป็นเพราะเฟิงหยูเองบอกว่าอาการป่วยของนางสามารถรักษาได้อย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงรู้สึกสบายใจมากขึ้น เปลือกตาของนางปิดลงมาและนางก็ผล็อยหลับไป
เฟิงหยูเองถอนหายใจและมองซวนเทียนหมิงด้วยความสับสน อย่างไรก็ตามนางก็เห็นซวนเทียนหมิงเองก็ส่ายหน้าและพูดโดยไม่มีเสียงว่า“ข้าไม่รู้เหมือนกัน” จากนั้นนางก็ถอนหายใจอีกครั้งก่อนที่จะห่มผ้าให้พราชายาหยุน จากนั้นนางบอกให้วังซวนและหวงซวนคอยดูแลนาง
บ่าวรับใช้สองคนคุ้นเคยกับการดูแลและไม่จำเป็นต้องกังวล เฟิงหยูเองดึงซวนเทียนหมิงไปที่สนามหญ้า คำพูดที่นางเก็บไว้ในใจนั้นอึดอัดเกินกว่าที่จะทนได้อย่างแท้จริง นางต้องถามว่า “เจ้าไม่รู้อะไรเลยจริง ๆหรือ ? ไม่รู้เลยจริง ๆ หรือ ? เจ้าควรเข้าใจความตั้งใจของเสด็จแม่ได้ มีบางอย่างเกิดขึ้นกับท่านปู่ เจ้ารู้ว่าข้าไม่ใช่คนที่อยากรู้อยากเห็นมากข้าไม่เคยถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเสด็จแม่และเสด็จพ่อ แต่ครั้งนี้สิ่งต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับท่านปู่ของข้า เจ้ารู้ว่าเขา… เป็นญาติที่สำคัญที่สุดของข้า”
ซวนเทียนหมิงยิ้มอย่างขมขื่น แน