า “ไป๋ปิงงั้นเหรอ?”
เห็นปฏิกิริยาของแบบนั้นของหานชิงอวี่ ลั่วจือซินก็รู้ทันทีว่าเขากำลังรู้สึกผิดอยู่แน่ ๆ
เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสต่อไปว่า “ใช่แล้ว! ไป๋ปิงเป็นคนส่งฉันมาช่วยนาย ถ้านายยังปิดบังอะไรฉันอยู่อีก ฉันจะรีบบอกไป๋ปิงเดี๋ยวนี้เลย!”
เดิมทีหานชิงอวี่ไม่ต้องการให้ลั่วจือซินเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่พอได้ยินเธอพูดแบบนั้น เขาก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เริ่มจะจัดการยากขึ้นมาแล้ว
ไม่ใช่ว่าเขากลัวไป๋ปิงหรอกนะ แต่ตอนนี้ผู้อำนวยการสาวกำลังเชื่อมสัมพันธ์กับพ่อแม่ของเขาอยู่เนี่ยสิ
ตัวไป๋ปิง ไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าเกิดพ่อแม่ของเขารู้เข้าว่าเขาไม่สนใจว่าที่ลูกสะใภ้ แถมยังหาข้ออ้างร้อยแปดมาบ่ายเบี่ยงเธออีก
ต้องรู้ไว้ว่าตอนนี้พ่อแม่ของเขายังคงอาศัยอยู่ใกล้โรงพยาบาลเมืองจินอยู่เลย
แค่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะงานยุ่งมากก็เท่านั้นเอง
โทรศัพท์ที่พวกเขาโทรมา ชายหนุ่มก็บ่ายเบี่ยงไปหลายครั้งแล้ว
ถ้าตอนนี้พ่อกับแม่อยากมาหาเขาที่โรงพยาบาลเมืองจินเพราะเรื่องแบบนี้…
หานชิงอวี่ไม่กล้าจินตนาการถึงภาพแบบนั้นเลย
ดังนั้น เขาจึงรีบมองไปรอบ ๆ แล้วพูดกับลั่วจือซินเบา ๆ ว่า “ไม่ใช่ว่าไม่มีแผนนะ แต่เธอต้องสาบานว่าจะเก็บเป็นความลับ!”
ลั่วจือซินไม่คิดเลยว่าจะทำให้หานชิงอวี่ยอมแพ้ได้เร็วขนาดนี้
ดวงตาของเธอเป็นประกายในทันที จากนั้นก็ยกมือขึ้น พูดกับหานชิงอวี่ว่า “ฉันสาบาน!”
เมื่อเห็นว่าลั่วจือซินจริงจัง หาน