าจะไม่รั่วเจ้าค่ะ”
จากนั้นนางก็ผ่อนคลาย
หลังจากรับประทานอาหารเช้า ไม่นานรถม้าของซวนเทียนหมิงได้มาถึงหน้าคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑล มันไม่ใช่แค่รถม้าของเขา รถม้าของซวนเทียนเก้อก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน ในรถตู้นั้นมีเป่ยฟู่หรง, เหรินซีเฟิงและเฟิงเทียนหยู นอกจากนี้ยังมีรถม้าที่บรรทุกข้าวที่เพิ่งซื้อมาทั้งหมด
เฟิงหยูเองให้ผู้คุ้มกันลับอยู่คฤหาสน์เพื่อดูแลเหยาซื่อ ในขณะที่นางนำวังซวน และหวงซวนออกมาพร้อมกับสิ่งของภายในห้องซึ่งบรรจุอยู่ในรถม้า 2 คัน และเข้าร่วมรถม้ากลุ่มนี้
เฟิงเซียงหรูรีบวิ่งออกจากคฤหาสน์ นางใส่เสื้อกันฝนรีบเรียกเฟิงหยูเองอย่างรวดเร็ว “พี่รอง ! ”
เฟิงหยูเองหันหลังกลับและพูดเสียงดัง “อยู่ที่คฤหาสน์ อย่าไปไหนจะเป็นการดีที่สุด”
“ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ ! ” เฟิงเซียงหรูพูดอย่างกังวลใจ “ข้าไม่ต้องการออกไปข้างนอกเมืองหลวง ข้าแค่คิดถึงว่าผู้คนที่อยู่นอกเมืองสวมเสื้อผ้าที่เปียกโชกอย่างไร แม้ว่าที่พักพิงจะถูกสร้างขึ้นและพวกเขามีอาหารกิน การสวมเสื้อผ้าเหล่านั้นพวกเขาก็มีโอกาสป่วย ! พี่รอง มันสายเกินไปที่จะทำเสื้อผ้า ที่เรือนของข้ายังคงมีเสื้อผ้าที่ข้าใส่เมื่อก่อนพวกมันสะอาดมาก และข้าได้ส่งคนไปเอามาแล้ว มันจะเป็นการดี ถ้าเราจะส่งเสื้อผ้าเก่าของเราไปให้พวกเขา ! ”
ดวงตาของเฟิงหยูเองเป็นประกายขึ้น นางหลงลืมประเด็นนี้โดยสิ้นเชิงเฟิงเซียงหรูทีความคิดที่ดีมาก การใช้เสื้อผ้าเก่านั้นสะดวกกว่าการ