เมื่อเฟิงจินหยวนกลับมาที่คฤหาสน์ เขาเห็นจินเฉินจากที่ไกล ๆ ยืนอยู่ที่ทางเข้า และมองหาเขาซ ้า ๆ ชั่วครู่หนึ่งเขารู้สึกเคลื่อนไหวเล็กน้อย เขามีฮูหยินและอนุหลายคน แต่ในเวลานี้คนที่ยืนรอเขาอยู่ที่ทางเข้าคือจินเฉิน ซึ่งเป็นอนุที่ได้เลื่อนขึ้นมาจากสาวใช้
เฟิงจินหยวนออกจากรถม้าของเขาและจินเฉินก็ไปรับเขาทันที เขาเอื้อมมือไปที่ไหล่ของจินเฉินแล้วตบเบา ๆ 2 ครั้งโดยพูดด้วยน ้าเสียงหนัก“ไปคุยกันข้างใน” เขาจับมือเล็ก ๆ ของจินเฉินแล้วดึงนางเข้าไปในคฤหาสน์
จินเฉินกังวลเล็กน้อยและอยากถามบางสิ่ง อย่างไรก็ตามนางรู้สึกว่าสีหน้าของเฟิงจินหยวนแย่มาก เรื่องนี้ทำให้นางกลัวเกินกว่าจะกล้าถามแต่นางก็ยังต้องเตือนเขาว่า “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าโกรธมากเพราะเรื่องของคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ เมื่ออนุผู้นี้ออกมา นางก็ยังคงร้องไห้และกรีดร้อง ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้นางเป็นอย่างไรเจ้าค่ะ”
เฟิงจินหยวนจับมือนางแน่นยิ่งขึ้น คิ้วของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
ก่อนที่ทั้งสองจะมาถึงทางเข้า พวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องของฮูหยินผู้เฒ่า “เผาทุกสิ่งของนาง ! อย่าให้เหลืออะไรไว้ มันน่ารังเกียจที่จะมอง !”
เฟิงจินหยวนหยุดครู่หนึ่งแล้วรีบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขณะที่เขาก้าวผ่านธรณีประตู ไม้เท้าก็บินตรงไปที่เขา จากนั้นฮูหยินผู้เฒ่าก็สาปแช่งอย่างโกรธแค้น “เจ้ายังมีหน้าที่จะกลับมา ! หากไม่ใช่เพราะเจ้าตามใจนางครั้งแล้วครั้งเล่า นางทำให้เกิดหายนะกับตระกูลเฟิงเช่นครั้งน