ียงดัง เรื่องนี้ทำให้จางหยวนขมวดคิ้ว
เฟิงจินหยวนที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าร้องไห้แบบนี้ จิตใจของเขาก็ยิ่งยุ่งเหยิงมากขึ้นและเขาก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนว่า “หยุดร้องไห้ ! ”
เขาไม่เคยพูดอย่างนี้กับฮูหยินผู้เฒ่าทำให้นางตกตะลึง เสียงร้องของนางติดอยู่ที่ลำคอและไม่สามารถขึ้นหรือลงได้ ทำให้นางเริ่มมีอาการไอ
เมื่อนางไอเสร็จ นางได้ยินจางหยวนกล่าวว่า “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าอย่าพึ่งร้องไห้ มีอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องเตือนเจ้าหน้าที่เฟิง” เขามองที่เฟิงจินหยวนอย่างเยือกเย็น โดยไม่เร่งรีบหรือเกียจคร้านใด ๆ เขากล่าวว่า “ที่คฤหาสน์นี้ได้รับพระราชทานให้กับเสนาบดีขั้นหนึ่ง ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่เฟิงได้รับการลดตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นห้า สถานที่แห่งนี้เจ้าจะไม่สามารถอยู่ต่อไปได้ แน่นอนว่าฮ่องเต้ยังทรงแสดงความเห็นอกเห็นใจกับเจ้าหน้าที่เฟิงโดยส่งคนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลวงเพื่อหาที่อยู่ใหม่เพื่อเจ้า ตระกูลเฟิงมีเวลา 5 วันในการย้ายออก”
“นี่…” เฟิงจินหยวนตกตะลึง “ย้ายออกหรือ ที่อยู่อาศัยนี้ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ ! ”
จางหยวนกรอกตาของเขา “เจ้าหน้าที่เฟิง เจ้าไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าเพิ่งพูดหรือ ? ที่อยู่นี้ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ แต่ทรงพระราชทานให้เสนาบดี ตอนนี้เจ้าไม่ได้เป็นเสนาบดีอีกต่อไปแล้ว ย่อมต้องส่งคืนเป็นธรรมดา แต่ถ้าตระกูลเฟิงยืนยันที่จะไม่ย้ายออกไป ฝ่าบาทตรัสว่าหากตระกูลเฟิงปรารถนาจะอยู่ที่