บ ๆลิ้นของคนผู้นั้น
อีกสองคนที่เคยอ้อนวอนก็ก้มหน้าลง พวกเขาไม่กล้าพูดต่อ แค่ข้ออ้างง่าย ๆ ก็ทำให้คนผู้นั้นเสียชีวิต มีคนจำคนที่ถูกแส้จนตายได้ จริง ๆ แล้วนั่นเป็นขุนนางขั้นสอง ทุกคนรู้ว่าต้องใช้เวลาและความพยายามมากแค่ไหนในการปีนขึ้นสู่ตำแหน่งดังกล่าวได้ แต่ท้ายที่สุดกลับต้องมาตายแบบนี้ มันไม่น่าเศร้าหรอกหรือ ?
เฟิงเฉินหยูถูกลากออกไปแล้วเสียงร้องไห้ที่ปวดร้าวก็หยุดลง สิ่งที่เหลืออยู่คือบรรยากาศการเฉลิมฉลองที่จืดชืด พราชายาเซียงมีความคิดริเริ่มที่จะยืนอยู่ในสนาม และเอ่ยว่า “เรื่องในวันนี้เป็นความอัปยศอดสูสำหรับตำหนักเซียงของข้า สำหรับพราชายารองที่ถูกพาตัวไปยังไม่ได้รับการตรวจสอบล่วงหน้านั้นเป็นความผิดพลาดของข้าในฐานะพราชายาเอก ข้าจะเข้าไปในพระราชวังเพื่อขออภัยโทษจากเสด็จพ่อ ทุกคนโปรดกลับไป”
ด้วยคำสั่งนี้ แขกทุกคนก็ออกไปไม่มีเหตุผลอะไรที่จะอยู่ องค์ชายสามเริ่มโกรธแล้ว และองค์ชายเก้าก็เริ่มฆ่าผู้คนแล้ว หากพวกเขายังคงอยู่พวกเขากลัวว่าจะมีแต่ผลเสีย
ทุกคนออกไปรวมทั้งองค์ชายก็กลับไปยังตำหนักของตน หยูเฉียนหยินจับที่แขนเสื้อของซวนเทียนฮั่ว และกล่าวว่า “พี่เจ็ดกลับกันเถอะ”
ซวนเทียนฮั่วเหลียวมองนางแต่ไม่พูดอะไรเลย อย่างไรก็ตามเขาเริ่มเดินออกไป เมื่อผ่านซวนเทียนหมิง เขากล่าวว่า “เราจะกลับก่อน” ดังนั้นเขาจึงออกจากตำหนักเซียงไปพร้อมกับหยูเฉียนหยิน
นี่เป็นครั้งแรกที่เฟิงหยูเองให้ความสนใจกับรูปร่างข