นนั้นสวมชุดแต่งงานสีแดง แม้ว่าใบหน้าของนางจะเต็มไปด้วยความกลัวแต่ก็ยังสวยมาก ในช่วงเวลานี้ด้วยน ้าตาบนใบหน้าของนาง มันทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกสงสารนาง
ซวนเทียนเย่เริ่มโกรธและตะโกนเสียงดัง “เจ้าทำอะไร ? ”
ในที่สุดพราชายาเซียงก็หยุดเคลื่อนไหวและสะบัดข้อมือของนาง เหวี่ยงเฟิงเฉินหยูอย่างแรง เฟิงเฉินหยูตกอยู่แทบเท้าของซวนเทียนเย่ และนางรีบคว้าเสื้อคลุมของซวนเทียนเย่ราวกับว่านางได้พบคนช่วยแล้วแม้ว่านางจะเสียชีวิต นางก็จะไม่ยอมปล่อย นางกล่าวซ ้า ๆ ว่า “องค์ชาย ช่วยหม่อมฉันด้วย พราชายาบอกว่านางต้องการจะฆ่าหม่อมฉันเพคะ ! ”
แขกที่เข้าร่วมงานต่างงุนงง การต่อสู้ระหว่างพราชายาเอกกับพราชายารองแห่งตำหนักเซียงจะไม่เริ่มต้นในตอนนี้ไม่ใช่หรือ ? พราชายาเซียงรีบเร่งเกินไป
แต่ตามนี้นางกำนัลอาวุโสคนนั้นพูดในเวลานี้โดยพูดว่า “ฝ่าบาท นางผู้นี้จะไม่ถูกเก็บไว้ ! ”
ซวนเทียนเย่รู้สึกโกรธในอกของเขา เมื่อมองดูคนสองคนตรงหน้าเขาเขาก็ถามด้วยความโกรธ “ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? ”
พราชายาเซียงตอบอย่างเฉยชา “เสนาบดีเฟิงกล้ามาก ! ผลักขยะเข้ามาในลานภายในของตำหนักเซียงของข้า เขาเห็นตำหนักนี้เป็นอะไร ? ”
ซวนเทียนเย่ก็ตกใจเหมือนกัน เขาก้มลงมองเฟิงเฉินหยูที่ร้องไห้ และจู่ๆ ก็เข้าใจว่าคำพูดของพราชายาเซียงหมายความว่าอะไร เขาถามด้วยความไม่เชื่ออย่างแท้จริง “เจ้าไม่บริสุทธิ์จริง ๆ หรือ”
เฟิงเฉินหยูส่ายหัว “หม่อมฉันยังบริสุทธิ์เจ้าค