ซวนเทียนหมิงตอบโต้อย่างรวดเร็วโดยวิ่งไปข้างหน้าไม่กี่ก้าวและรวบนางเข้าสู่อ้อมแขนของเขา
เฟิงหยูเองตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ขอบคุณ”
มุมปากของเขากระตุก “ขาเจ้าไม่มีแรงหรือว่าเจ้าคิดอะไรอยู่”
เฟิงหยูเองกัดฟันของนางแล้วกล่าวว่า “มันเป็นไปได้ว่าสายตาข้าไม่ดีหรือใจข้าไม่อยู่กับตัว” นางคว้าซวนเทียนหมิงและจ้องมองที่เป่ยจื่อ
เป่ยจื่อไม่รู้ว่าเขาทำอะไรผิด เขากางร่มให้เจ้านาย ทำไมเมื่อพราชายามา นางไม่มีความสุข ?
เมื่อเห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น เฟิงหยูเองบีบความโกรธออกมาสองสามคำจากระหว่างช่องว่างในฟันของนาง “เอาร่มนั้นออกไปจากที่นี่ ! ”
ซวนเทียนหมิงงงงวย “ชายารัก อากาศร้อนมาก”
นางไม่ต้องการพูดกับทั้งสองอีกต่อไป มันเป็นตอนกลางวัน ทำไมพวกเขาถึงแกล้งทำเป็นเทพในขณะที่ยืนอยู่ข้างทะเลสาบ ? จินตนาการของนางเกินไป นางจะสามารถทานอาหารอย่างสงบสุขได้หรือไม่ ? นาง…
ซวนเทียนหมิงเริ่มเข้าใจถึงปัญหาหลังเหตุการณ์ และในที่สุดก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ทำไมรถม้าทุกคันที่อยู่ข้างทะเลสาบจึงหยุด ?ทำไมพวกเขาถึงไม่เคลื่อนไหว นอกจากนี้ตามมาคือผู้หญิงมีเลือดกำเดาไหล ? ทำไมบรรดาคุณหนูถึงจ้องมองด้วยความเขินอาย ?ดวงตาของเจ้ากำลังจะหลุดจากเบ้า ! หญิงสาวที่นั่น ทำไมเจ้าถึงจ้องมองอย่างคาดหวังและน ้าตาคลอ ?
เฟิงหยูเองมองตามสายตาของพวกเขาทั้งหมดเพื่อค้นหาแหล่งที่มา ในที่สุดก็ถึงหน้าสามีของนาง จากนั้นนางก็โกรธ “ใบหน้าของเ