ทียนหมิงก็ไม่ใจดีเท่าซวนเทียนฮั่ว คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าใกล้เขา แม้ว่าจะมีความหวังในใจพวกนาง พวกนางได้แต่มองจากระยะไกลได้ อันที่จริงคุณหนูหลายคนได้แต่นั่งรถม้าผ่านไปไม่ได้ออกมา พวกนางจะยกม่านขึ้นเล็กน้อยเพื่อจ้องมองเขา แม้ว่าในกรณีนี้ใบหน้าของพวกนางยังคงเป็นสีแดง
ซวนเทียนหมิงไม่ได้ใส่ใจในการเป็นจุดสนใจ เขายืนอยู่ข้างทะเลสาบกับเป่ยจื่อ ในขณะที่ยืนอยู่เขาบ่นว่า “เป่ยจื่อ ไม่ดีเลย พรุ่งนี้ให้เอารถเข็นคันใหม่มาให้องค์ชายผู้นี้ที ข้ายืนแบบนี้มันเหนื่อยมาก ! ”
เป่ยจื่อส่ายหน้า “องค์หญิงแห่งมณฑลกล่าวว่าองค์ชายไม่ได้รับอนุญาตให้นั่งบนรถเข็นแล้วพะยะค่ะ”
ซวนเทียนหมิงมองเขา “เจ้าฟังนางหรือข้า”
“ข้า…” เป่ยจื่อกัดฟัน “ข้าเชื่อฟังองค์หญิงแห่งมณฑล”
“…” อะไรคือจุดจบของผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ที่เลี้ยงเจ้า เจ้าน่าจะไปหาผู้หญิงคนนั้นด้วยเพื่อจ่ายเงินเดือนของเจ้า !
ความคิดนับพันเต็มหัวใจของเขา แม้กระนั้นเขาไม่กล้าพูดอะไรสักคำเดียว เงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง เขารู้สึกว่าดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมาบนหน้ากากของเขาลำบากมาก ดังนั้นเขาจึงพูดกับเป่ยจื่อ “องค์ชายผู้นี้จะถอดหน้ากากนี้ได้อย่างไร ? มันร้อนมาก ! “
เป่ยจื่อคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “แล้วลูกน้องคนนี้จะไปหาซื้อร่มให้พะยะค่ะ”
ดังนั้นหลังจากนั้นไม่นานเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ และหญิงวัยกลางคนที่ยืนดูอยู่ก็เห็นผู้ดูแลขององค์ชายองค์ที่เก้าไปซื้อร่ม หลังจากที่เปิดมันขึ้