ากตำหนักเซียงไป และหมอผีซางคังตามหลังพวกเขาราวกับภูติผี ตวนมู่ชิงมัวแต่ยุ่งอยู่กับอาการบาดเจ็บของซวนเทียนเย่และไม่สนใจเขามากเกินไป หลังจากซวนเทียนหมิงดึงเฟิงหยูเองเข้ามาในรถม้า รถม้าก็ออกเดินทาง วังซวนยกม่านขึ้น และมองออกไปจากนั้นก็บอกพวกเขาว่า “คนผู้นั้นยังติดตามเราอยู่ เขาล้มลงสองสามครั้งและดูน่าสงสารมาก”
ซวนเทียนหมิงรู้สึกงุนงงเล็กน้อยถามเฟิงหยูเอง “ตอนแรกข้าเชื่อว่าเจ้าจะเกลียดคนแบบนั้น ข้าอยากจะให้เขาตาย แต่ข้าเห็นว่าเจ้าดูเหมือนว่าเจ้าต้องการที่จะเก็บเขาไว้ ความตั้งใจของเจ้าคืออะไร ? ”
เฟิงหยูเองถอนหายใจ และได้แต่เอ่ยว่า “ข้าเกลียดคนแบบนั้นจริง ๆเพื่อที่จะเติมเต็มความปรารถนาที่เห็นแก่ตัว เขาทำอันตรายต่อชีวิตของผู้คนโดยการเอากระดูก และอวัยวะจากสิ่งมีชีวิต มันเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุดที่คน ๆ หนึ่งสามารถทำได้ แต่…” นางเงยหน้าขึ้น และมองเขา“ซวนเทียนหมิง จำนวนคนที่สามารถเข้าใจและยอมรับความคิดนี้ได้ไม่มากนัก แม้ว่าเขาจะมีความเข้าใจในการผ่าตัดขั้นพื้นฐาน แต่ข้าให้ความสนใจและสังเกตว่ามือของเขามีทักษะค่อนข้างมาก และเขามีความเชี่ยวชาญด้านความรู้ทางการแพทย์ อาจารย์ของข้าให้ทักษะการแพทย์ขั้นสูงเพื่อให้ข้าช่วยชีวิตผู้คน แต่ลองคิดดูด้วยมือทั้งสองของข้า ข้าจะช่วยผู้คนได้มากแค่ไหน ? ขึ้นอยู่กับพลังงานของข้า ข้าจะมีเวลาไปฝึกผู้ช่วยได้อย่างไร สำหรับสิ่งที่เราจะต้องจัดการหลังจากนี้ไปเราจะต้องมี