่น ๆ ที่โต๊ะก้มหน้าลงมากกว่าเดิมในเวลานี้บ่าวรับใช้คนหนึ่งวิ่งไปยืนข้างโต๊ะพูดว่า “ท่านฮูหยินใหญ่กลับไปที่เรือนเทียนเซียงแล้วขอรับ ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเรียกให้พวกคุณหนูไปพบขอรับ”เฟิงหยูเองดื่มชาอึกสุดท้ายแล้วจ้องมองที่ซวนเทียนเย่จากนั้นนางจ้องมองบ่าวรับใช้ก่อนที่จะหันหลังกลับ และออกไปพร้อมกับแค่นเสียงเย็นชาซวนเทียนเย่โกรธมาก ปอดของเขากำลังจะระเบิด แต่เขาจะปล่อยให้มันระเบิดได้อย่างไร เขาไม่สามารถทุบตีนางและเขาไม่สามารถสาปแช่งนาง หากคำพูดของเขาซึ่งโกรธแค้นหญิงสาวอย่างนางถูกรายงานที่พระราชวังของฮ่องเต้ คนที่แพ้ก็คงเป็นเขา ซวนเทียนเย่รู้สึกว่าเฟิงหยูเองเป็นคนที่ดุร้ายตามธรรมชาติ ใครก็ตามที่เข้าไปอยู่ในกำมือของนางและไม่ตายจากความโกรธจะต้องโชคดีมาก !เมื่อบุตรสาวของตระกูลเฟิงเข้าไปในห้องหลักของเรือนเทียนเซียง ฮูหยินผู้เฒ่าก็นั่งอยู่ข้างในแล้วพูดคุยกับคังอี้ ทั้งสองคนไม่ได้พูดถึงเรื่องของรุ่ยเจีย คังอี้ซึ่งเคยร้องไห้อยู่ที่หน้าคฤหาสน์ได้แต่งหน้าใหม่ และนางก็ดูสง่างามเช่นเดิมเมื่อเห็นเด็ก ๆ เข้ามา ฮูหยินผู้เฒ่าก็โบกมือให้พวกนาง“เรื่องก่อนหน้านี้เกิดขึ้นกะทันหันและพวกเจ้ายังไม่ได้คารวะมารดาเลย มาเร็ว ๆ แล้วคารวะมารดา”เฟิงเฉินหยูนำทางและเดินไปข้างหน้าโค้งคำนับ “ลูกคารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”เด็กสาวอีก 3 คนก็ก้าวไปข้างหน้าแล้วก็ทักทายว่า “คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”รอยยิ้มบนใบหน้าของคังอี้นั้นเด่นชัดยิ่งขึ้นเม