ุ่งเรืองเพิ่มขึ้นด้วย”
“ฮ่าๆ” เฟิงหยูเองหัวเราะออกมา“ความรุ่งเรืองของอาเองนั้นมาจากเสด็จพ่อ ท่านย่าคิดหรือเจ้าค่ะว่าองค์หญิงใหญ่จะสามารถนำความรุ่งเรืองมาให้ข้าได้มากกว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน”
แน่นอนว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่กล้าพูดว่าคังอี้สำคัญกว่าฮ่องเต้นางเห็นด้วยกับสิ่งที่เฟิงหยูเองพูดแล้วเน้นอีกครั้งว่า “ไม่ว่าด้วยวิธีใด ฮูหยินใหญ่แบบนี้จะช่วยเจ้าได้ดีกว่าบุตรสาวของครอบครัวอื่น ๆ ในเมืองหลวง ท้ายที่สุดเจ้ายังเป็นสมาชิกของตระกูลเฟิง เจ้าจะประสบความสำเร็จได้เพราะตระกูลเฟิงเท่านั้น”
“เป็นเช่นนั้นหรือเจ้าค่ะ ? ” เฟิงหยูเองพูดด้วยความตกใจ“ข้าคิดอยู่เสมอว่าข้าจะประสบความสำเร็จเพราะตระกูลเหยาเท่านั้น”
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดด้วยความโกรธ “มันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรถ้าญาติฝั่งแม่ของเจ้าทำดี แซ่ของเจ้าคือเฟิง ! ”
“นั่นไม่ถูกต้องเจ้าค่ะ ! ” นางยืนขึ้นและถามด้วยความสับสน “ข้าไม่ควรสนใจว่าญาติข้างแม่ของข้าทำได้ดีหรือไม่แล้วทำไมเราถูกไล่ให้ไปอยู่บนภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นกับตระกูลเหยา ? ข้าไม่ได้เป็นสมาชิกของตระกูลเฟิงหรือเจ้าคะ ? ”
“นี่…” ฮูหยินผู้เฒ่าพูดไม่ออก ในขณะนางถือไม้เท้าอยู่ นางกระแทกไม้เท้าโดนเท้าของนางเอง และนางก็ไม่กล้าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกนั้นเจ็บปวดอย่างมาก
“เจ้าค่ะ ! ” เฟิงหยูเองยิ้ม “ท่านย่าไม่ต้องเป็นห่วง อาเองจะต้อนรับฮูหยินใหญ่คนใหม่เข้าสู่คฤหาสน์เ