แต่เดิมนางไม่พอใจเฟิงหยูเองที่ส่งบ่าวรับใช้ 10 คนไปที่เรือนจินฟู แต่ก่อนที่นางจะแสดงความเห็นได้ นางเห็นหน้าเฟิงหยูเองทำให้จิตใจของนางสั่นไหว
“ท่านย่า” ในที่สุดเฟิงหยูเองก็พูด แต่มันเป็นเพียงคำเดียวแล้วตามด้วยเสียงถอนหายใจ “เฮ้อ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าอดใจไม่ได้ เอ่ยถามว่า “เกิดอะไรขึ้น ? อาเองทำไมหน้าเจ้าถึงซีดเช่นนั้น เจ้านอนไม่หลับหรือ ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหัว “ไม่ใช่เจ้าค่ะ อาเองหลับสบาย เพียงแต่ข้ายังรู้สึกตกใจกับเรื่องเมื่อวานนี้อยู่เจ้าค่ะ”
“ตกใจ ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าพูดทวนคำและครุ่นคิด น่าจะเป็นเรื่องของคังอี้ที่ลื่นล้ม ดังนั้นนางจึงพูดอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้วองค์หญิงใหญ่ลื่นล้ม ข้าตกใจมากที่ได้ยิน แต่เจ้าได้เห็น”
“เฮ้อ ? ” เฟิงหยูเองตกใจแล้วพูดว่า “องค์หญิงใหญ่ลื่นล้มก็เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด แต่สิ่งที่ทำให้หลานสาวรู้สึกตกใจเป็นเรื่องอื่น”
ฮูหยินผู้เฒ่าสับสนแล้วถาม “มีอะไรอีก ? ”
เฟิงหยูเองตอบ “เมื่อวานนี้ที่หน้าร้านห้องโถงสมุนไพร กลุ่มม้าป่าวิ่งตรงมาหาเรา ในเวลานั้นสถานการณ์นั้นอันตรายมาก และท่านพ่อก็ตัดสินใจเพื่อปกป้ององค์หญิงทั้งสองทิ้งหลานให้เผชิญหน้ากับม้าป่าตามลำพัง เมื่อม้ายกกีบม้าขึ้นมา โชคดีที่คนขี่ม้าสามารถควบคุมม้าได้ หลานจึงรอดชีวิตมาได้ ถ้าคนผู้นั้นช้าแม้แต่ครึ่งก้าว หลาน…คงจะถูกม้าเหยียบตาย”
“อะไรนะ ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึงอย่างมาก “มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ ? ”
คังอี้รู้สึ