เฟิงหยูเองก็เริ่มหัวเราะคิกคัก “ท่านพ่อ ข้าเป็นลูกสาวของท่านพ่อ ทำไมเมื่อข้าพูดไม่กี่คำ ท่านพ่อก็มองมาที่ข้าเหมือนข้าเป็นศัตรู ? ” นางแสร้งทำเป็นมองอย่างระมัดระวัง “โอ้ มีเหงื่อที่หน้าผากของท่านพ่อ ท่านพ่อร้อนหรือเจ้าคะ ? ” นางพูดอย่างนี้แล้วดึงผ้าม่านทั้งหมดขึ้นเมื่อคิดอีกเล็กน้อย นางก็เปิดม่านด้านหน้า วันนี้มีลมพัดมาทางเหนือ ลมจึงพัดตรงเข้าไปในห้องโดยสาร ทำให้ปากของเฟิงจินหยวนเป็นสีม่วง
“เจ้ากำลังทำอะไร? ปิดม่านเดี๋ยวนี้”
แต่นางก็ไม่รู้สึกอะไรเพราะไม่ปรากฏว่านางรู้สึกอะไรจากลมหนาวที่พัดปะทะใบหน้าของนาง อย่างไรก็ตามท่าทางของนางเย็นชาเหมือนลมที่พัดจากข้างนอก
“อาเองมีคำถามที่อยากถามท่านพ่อ” หันหน้าไปทางสายลมเสียงของนางฟังเหมือนน้ำไหล “ถ้าองค์หญิงคังอี้ต้องการวิธีหลอมเหล็ก ท่านพ่อก็จะเห็นด้วยกับนางในวันนี้และยินดีร่วมชีวิตกับนางหรือไม่เจ้าคะ ? ”
เฟิงจินหยวนกัดฟันเมื่อได้ยินคำถามนี้ เขาพูดทันที “ไม่แน่นอน ! วิธีการการหลอมเหล็กนั้นเกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติของราชวงศ์ต้าชุน เจ้าเห็นบิดาเป็นคนโง่หรือ ? ”
“โอ้” นางพยักหน้า “ที่จริงตอนนี้โง่แล้ว เป็นเรื่องดีที่ท่านพ่อรู้ตัว”
“เรื่องอะไร” เฟิงจินหยวนสับสนกับคำพูดของนาง “ห้องโถงสมุนไพรเป็นเพียงร้านค้าที่เปิดทำการค้า มันผิดปกติเช่นไปที่ไปดู ? ผู้คนเดินทางมาตามถนน ใครจะไม่มองเข้าไปข้างใน ! ”
“ไม่เจ้าค่ะ” นางไตร่ตรองเล็กน้อย “นั่นก็จริงเช่