็นด้วยกับสิ่งที่เฟิงหยูเองพูด “ญาติจากฝั่งแม่ได้สร้างภัยคุกคามต่อตระกูลเฟิง เสนาบดีเฟิงควรพิจารณาให้รอบคอบ”
คำพูดของคังอี้ทำให้เฟิงจินหยวนพิจารณาอย่างแท้จริง เขายอมรับตระกูลเฉินมาโดยตลอดโดยไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากความร่ำรวย แต่ถ้าคังอี้… เขาไม่กล้าคิดเช่นนั้น
เฟิงหยูเองถามซูจิงหยวนอีกครั้ง “นอกเหนือจากเหยี่ยวที่ทำร้ายพี่ใหญ่ของข้าแล้วยังมีกลุ่มคนร้ายที่พยายามจะฆ่าคุณชายเพียงคนเดียวของตระกูลเฟิง เรื่องนี้ได้เบาะแสหรือไม่ ? ”
ซูจิงหยวนพยักหน้า “ข้าได้เบาะแสในเรื่องนี้แล้วขอรับ กลุ่มคนร้ายกลุ่มนั้นได้รับการว่าจ้างจากเฉินเหลียงเพื่อฆ่าคุณชายตระกูลเฟิงเท่านั้นพะยะค่ะ ! ”
ทุกคนในตระกูลเฟิงหายใจเข้า เจ้าเมืองได้เน้นคำว่าคุณชาย“เท่านั้น” และอันชิตกใจหลุดปากออกมาว่า “เรื่องนี้จะทำให้ตระกูลเฟิงไร้ทายาท ! ”
ฮูหยินผู้เฒ่าดุนาง “เฟิงจินหยวนยังหนุ่ม หยุดพูดจาเหลวไหล! ”
ดวงตาของเฟิงหยูเองโตขึ้น ขณะที่นางมองฮูหยินผู้เฒ่าทันที“ความหมายของท่านยายคือถ้าจื่อหรูถูกฆ่าตายโดยตระกูลเฉิน ที่เลวร้ายที่สุดท่านพ่อก็จะให้กำเนิดบุตรอีกคน ใช่หรือไม่เจ้าคะ ? ”
ฮูหยินผู้เฒ่าตัวสั่น “ขะ-ข้าไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้น”
“แล้วท่านย่ากำลังคิดอะไรอยู่ ? ” ความโกรธของเฟิงหยูเองพุ่งออกมา “ผู้เป็นหลานชายของครอบครัวถูกฆ่าและผู้ร้ายก็เป็นญาติกัน อาเองต้องถามท่านย่าและท่านพ่อว่าควรแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ! ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเงียบลง แม้ว