ับว่าพวกเขาได้รับผ้าเช็ดหน้าธรรมดาและไม่ตกใจเลย แต่เดิมนางเชื่อว่าพวกเขาเป็นเพียงเด็กเล็กที่ไม่เข้าใจคุณค่าของมัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้กับฮูหยินผู้เฒ่าของตระกูลเฟิงสามารถทำให้นางเริ่มคิดได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตามไม่ว่านางจะคิดมากแค่ไหนนางก็ไม่สามารถเข้าใจเหตุผลได้ แต่มีบางคนที่มีความสุขที่จะเตือนนางเช่นเฟิงหยูเอง “องค์หญิงใหญ่อย่าคิดมากเจ้าค่ะ ทุกคนรู้ถึงคุณค่าของผ้าไหมตำหนักจันทรา แต่อาจเป็นเพราะอาเองพึ่งมอบชุดที่ทำจากผ้าไหมตำหนักจันทราให้ท่านย่าเมื่อเช้านี้เพคะ ทำให้ท่านย่าไม่ค่อยตื่นเต้นที่ได้รับผ้าเช็ดหน้าเพคะ”
คังอี้ตกตะลึงไปชั่วครู่ เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไหมตำหนักจันทรา? ต้องใช้ผ้ามากเท่าใด ? นางมอบมันให้กับฮูหยินผู้เฒ่าหรือ?
ความสงสัยในใจของนางถูกถามโดยรุ่ยเจีย “องค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันล้อเล่นหรือ เจ้ารู้ค่าของชุดที่ทำจากผ้าไหมตำหนักจันทราหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองยิ้ม และพูดว่า “แน่นอนข้ารู้เรื่องนี้ แต่ไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่าย ในใจของอาเอง มันไม่สำคัญเท่ากับการแสดงความกตัญญูต่อท่านย่า ตราบใดที่ท่านย่าชอบมันอาเองก็เต็มใจ ไม่ว่าราคาจะแพงแค่ไหน”
แม้แต่คังอี้ นางก็รู้สึกว่านางเสียหน้าที่นี่ แต่นางก็ยังพูดว่า“องค์หญิงแห่งมณฑลคงต้องใช้ผ้าทั้งหมดที่องค์หญิงมี ท่านฮูหยินผู้เฒ่ามีหลานสาวที่กตัญญูเช่นนี้ช่างโชคดีอย่างแท้จริง”ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าซ้ำ ๆ “นั่นเป็นเรื่องจริง หลานสาวคนนี้ช่า