ูเองส่ายหัว “นี่คือสิ่งที่ข้าควรจะพูดกับพี่ใหญ่ ตราบใดที่ท่านเปลี่ยนใจ น้องสาวจะทูลขอการให้อภัยให้พี่ใหญ่เอง”
เฟิงเฉินหยูกัดฟันด้วยความโกรธในขณะที่นางคิดว่าเฟิงหยูเองนั้นมีช่างหน้าไม่อายเสียจริง ๆ นางตอบโต้การใส่ร้ายของนางได้หมดจด
“ในเมื่อน้องสาวพูดเช่นนี้ ข้าก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้” เฟิงเฉินหยูถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “แต่ข้าต้องพูดกับเจ้า ข้าคุกเข่าขอร้องเจ้าในวันนี้ให้เจ้าไม่เปลี่ยนความเกลียดชังของเจ้าที่มีต่อข้าไปยังพระสนมเซียน พระสนมผู้มีเมตตาไม่ควรถูกสาปแช่งเช่นนี้”
“สาปแช่งหรือ ? ” ซวนเทียนฉีโกรธมาก “บังอาจ ! ”
เฟิงเฉินหยูตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เดิมนางจับมือของซวนเทียนฉีแต่นางก็ปล่อยมือไปโดยไม่รู้ตัว
ในเวลานี้เซียงเอ๋อผู้คุกเข่าอยู่กับนางก็พูดขึ้นมาว่า ”บ่าวรับใช้ผู้นี้ทนไม่ได้ที่จะเฝ้าดูคุณหนูใหญ่ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความไม่พอใจดังกล่าว แม้ว่าคุณหนูรองจะเป็นถึงองค์หญิงแห่งมณฑล แต่นางก็ยังคงเป็นน้องสาวของคุณหนูใหญ่คุณหนูใหญ่ได้คุกเข่าขอร้องนาง แต่นางก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนใจบ่าวรับใช้จำต้องรายงานเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทเพคะ”
“พูด” ซวนเทียนฉีพูดด้วยสีหน้าหนัก ๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
เซียงเอ๋อกล่าวว่า “คุณหนูรองสาปแช่งพระสนมเซียนเพคะนางพูดสิ่งเลวร้ายมากมายเกี่ยวกับพระสนมของจักรพรรดิและคำพูดของนางช่างสกปรกมากจนบ่าวรับใช้คนนี้ไม่กล้าพูดซ้ำ แต่หลังจากนั้นตุ๊กตาผ้าสีขาวหล่นลงมาจากแขนเสื