้จากความผิดพลาดในอดีต เขาบอกว่าผู้หญิงคนนี้ไร้การศึกษาแต่นางก็หยิบเรื่องของการไล่ออกจากคฤหาสน์เป็นเวลาหลายปีเพื่อยับยั้งเขา เหตุผลที่เขาเป็นกลางเช่นนี้คือเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข
แต่เฟิงหยูเองไม่ได้นิ่งเลย เผชิญกับคำสบประมาทของฮูหยินผู้เฒ่า นางพูดเฟิงจินหยวนว่า “อาเองจำคำสอนของท่านย่าได้ แต่ข้าหวังว่าทีหลังท่านพ่อจะไม่ไปที่เรือนลูกสาวในเวลาที่ต้องคารวะท่านย่า และทำให้ข้าพลาดโอกาสเพื่อไปคารวะท่านย่า”
เฟิงจินหยวนเกือบหายใจไม่ออกขณะหายใจฟืดฟาด และจินเฉินก็รีบลูบหลังเขาอย่างรวดเร็ว
ฮูหยินผู้เฒ่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเฟิงจินหยวนไปในตอนเช้าขณะที่นางมองเขาด้วยความสับสน เฟิงจินหยวนกล่าวพึมพำว่า “ข้าไปเพื่อเตือนนางถึงบางสิ่งบางอย่าง และใช้เวลาพูดคุยกับนางหมด อาเอง เจ้ากับจื่อหรูนั่งลงได้แล้ว”
พี่น้องเท่านั้นที่สามารถนั่งได้
เพราะพวกเขาเป็นบุตรชายและบุตรสาวของฮูหยินใหญ่พวกเขาจึงนั่งกับเฟิงจินหยวน สำหรับเฟิงเฉินหยูซึ่งมองจากที่ไกลออกไป ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความอิจฉา นั่นคือที่ของนาง เมื่อเฉินซื่อยังมีชีวิตอยู่ มารดาและบุตรสาวมีความสุขเพียงใด น่าเสียดายที่ตนนี้ไม่สามารถเปรียบเทียบกับเวลานั้นได้ ถ้านางต้องการกลับมาอีกครั้งนางต้องกำจัดความหายนะที่ขวางทางอย่างเฟิงหยูเอง
วันก่อนวันปีใหม่เป็นงานที่เฉย ๆ ระหว่างผู้หญิงเป็นที่ชื่นชอบ แต่เฟิงจินหยวนไม่ชอบสิ่งนี้ บางครั