“พระราชโองการของฮองเฮา ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าสับสนเล็กน้อย “พระราชโองการของฮองเฮามอบให้ใคร ? ”
ยายจาวที่อยู่ข้างๆ กล่าว “ไม่ว่าจะเป็นของใคร ท่านก็ต้องเตรียมตัวก่อนเจ้าค่ะ ! ”
“ใช่แล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ายืนขึ้นด้วยความช่วยเหลือของยายจาวหลังจากได้พัก 1 เดือนนางก็ดีขึ้นมาก และนางก็สามารถเดินได้อีกครั้ง
เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่าลุกขึ้นจากที่นั่งของนาง ทุกคนก็ลุกขึ้นยืนเฟิงเฟินไดจ้องหน้าเฟิงเฉินหยูแล้วก็พูดเสียงเย็นชาว่า “เรื่องนี้ยังไม่จบ! อย่าคิดว่าเจ้าสามารถรอดไปได้”
เฟิงเฉินหยูทำหน้าสงสัย “ข้าไม่เข้าใจว่าน้องสี่กำลังพูดเรื่องอะไร”
ฮูหยินผู้เฒ่าดุ “หยุดพูดได้แล้ว! มันใช่เวลาหรือไม่? พวกเจ้ายังมีอารมณ์ที่จะพูดเรื่องนี้กันอีกหรือ ? ”
หลักจากที่พูดจบ บ่าวรับใช้ข้างนอกเข้ามารายงาน “พระราชโองการของฮองเฮามาถึงแล้วเจ้าค่ะ ! ” ในขณะเดียวกันคนของพระราชวังก็เข้ามา
ฮูหยินผู้เฒ่าเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อกล่าวทักทาย“พระราชโองการนี้มาโดยฉับพลันและคนของคฤหาสน์ไม่ได้เตรียมตัว คนชราผู้นี้จะส่งคนไปเรียกพวกเขามา”
คนของพระราชวังมองเข้าไปในห้องโถง ดวงตาของนางยังคงจ้องมองเฟิงเฉินหยูอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ไม่จำเป็นหากคุณหนูใหญ่ของตระกูลเฟิงอยู่ที่นี่ พระราชโองการนี้สำหรับนาง”
ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึงแล้วถอยกลับทันที นางนำคุกเข่าลงและรอประกาศพระราชโองการ
เฟิงเฟินไดมองไปที่เฟิงเฉินหยู เฟิงเฉินหยูคงต้องรับโทษอีกครั้ง