่า “สีมันฉูดฉาดเกินไปหรือไม่ ? ”
เดิมทีนางไม่ได้ตั้งใจจะพูดฉูดฉาดและอยากจะบอกว่ามันทำให้นางดูเด็ก แต่นางอายเกินกว่าที่จะพูดได้ ฮูหยินผู้เฒ่าอายเกินกว่าที่จะพูด ดังนั้นเฟิงเฉินหยูจึงพูดขึ้นมา “จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าค่ะ หินสีน้ำเงินดูสง่าสุด ท่านย่าใส่สวยกว่าเฟิงเฉินหยูเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าซ้ำ ๆ ถูมือของนางเข้าด้วยกัน นางผลักสร้อยข้อมือขึ้นแขนของนาง
เฟิงหยูเองสังเกตเห็นสร้อยข้อมือนั้นมามากก่อนหน้านี้ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อน และหยกชนิดเดียวที่นางมีก็คือลูกปัดประคำจากเฉินซื่อ หลังจากเฉินซื่อเสียชีวิตนางรู้สึกดีที่สุดที่จะแยกตัวเองออกจากมันแล้วโยนมันเข้าไปในหีบ นางคิดว่าสร้อยข้อมือควรได้รับของกำนัลจากด้านฮันชิไม่ใช่จากเฟิงเฉินหยู ดังนั้นนางจึงพูดถึงเรื่องนี้โดยไม่คาดคิดเฟิงเฟินไดระเบิดเสียงออกมาว่า “ท่านย่า พี่ใหญ่จะเข้าใจได้อย่างไร ? ข้าเห็นนางเป็นคนที่เข้าใจกฎน้อยที่สุดในคฤหาสน์ของเรา ! ”
ฮูหยินผู้เฒ่านั้นตกใจจากคำที่เฟิงเฟิงไดพูดออกมา นางอดไม่ได้ที่จะถามว่า “พี่ใหญ่ของเจ้าไม่ทำตามกฎ ? ” ตั้งแต่เฟิงจินหยวนออกจากเมืองหลวงไป เฟิงเฉินหยูก็ทำหน้าที่ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่นางทำได้ดีจนเกือบทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในมณฑลเฟิงตง
เฟิงเฉินหยูยังงงกับการการทำของเฟิงเฟินได นางพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกว่า “ข้าทำอะไ