ฉิงซวงกล่าวกับซวนเทียนเย่ “บ่าวรับใช้อยู่กับคุณหนูรองมานานแล้ว เคยเข้าห้องคุณหนูรองไม่กี่ครั้ง แต่บ่าวรับใช้ไม่เคยเห็นปิ่นหงส์เพลิงเลยเพคะ วันนี้ที่โรงเตี๊ยมครัวเทพ บ่าวรับใช้พึ่งเคยเห็นคุณหนูรองนำออกมาเพคะ บ่าวรับใช้คนนี้สงสัยว่าปิ่นหงส์เพลิงนั้นคุณหนูรองไม่ได้เป็นคนเก็บรักษาแต่เก็บไว้ที่องค์ชายเก้าเพคะ”
นี่คือสิ่งที่ซวนเทียนเย่เคยคิดมาก่อน แต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าวันนี้ฉิงซวงล้มเหลวได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น…“อานู” เขาเรียกว่าชื่อเดิมของฉิงซวง “เจ้าติดตามข้ามากี่ปีแล้ว”
ร่างกายของฉิงซวงสั่นเทาและรีบตอบอย่างรวดเร็วว่า “บ่าวรับใช้ได้รับความช่วยเหลือจากฝ่าบาทตอนนั้น ถึงตอนนี้มันก็12 ปีแล้วเพคะ”
“12 ปีที่ผ่านมา” ซวนเทียนเย่มองนางราวกับแสงที่โหดเหี้ยมฟาดลงมาในดวงตาของเขา “ความรู้สึก 12 ปีไม่สามารถเปรียบเทียบกับต่างหูคู่นี้ได้เลยหรือ ? ”
“ฝ่าบาท ! ” ฉิงซวงตกใจมาก เพราะนางกลัวเรื่องนี้มากที่สุดอย่างไรก็ตามนี่คือสิ่งที่เขายึดมั่นในใจอย่างแท้จริง “บ่าวรับใช้ผู้นี้ไม่รู้จักองค์ชายใหญ่จริง ๆ เพคะ ข้าไม่เคยพบพระองค์มาก่อนเลยเพคะ ! ”
น่าเสียดายที่ซวนเทียนเย่เชื่อคำพูดของเฟิงหยูเองไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นฉิงซวงไม่สามารถนำปิ่นหงส์เพลิงมาได้ซึ่งเขาเห็นว่าเฟิงหยูเองเอาเก็บไว้ในแขนเสื้อ สัญญาณทั้งหมดบอกเขาว่าผู้หญิงที่ชื่ออานูผู้นี้ได้ทรยศต่อเขาแล้ว
“ยาม ! ” ซวนเทียนเย่ตะโกนอย่างโกรธเคืองและยามก็