ค่ายทหารตั้งอยู่นั้นแข็งแกร่ง มันไม่โดดเดี่ยวอย่างที่เจ้าคิด”เฟิงหยูเองถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ดี วันนั้นพี่เจ็ดออกไปจากเมืองหลวงเพื่อถวายเครื่องเซ่นไหว้แก่มารดาของพระองค์และถูกหิมะถล่มใส่ ข้ากังวลว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเจ้า แต่บานซูกับพวกเขากล่าวว่าหิมะตกหนักมากจนไม่มีทางไป” ท่าทางของนางดูหดหู่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งแค่ไหนก็จะมีบางสิ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงได้เสมอซวนเทียนหมิงเห็นว่านางหดหู่ใจ เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นแล้วลูบหัวนางเบา ๆ “ข้าเป็นผู้ชาย ทุกอย่างที่ข้าทำจะทำให้เจ้ากังวล แต่เป็นข้าที่ติดอยู่ในค่ายทหารหลังจากที่หิมะตกหนักจนทำให้เจ้ากังวล ข้าต้องการกลับไปยังเมืองหลวงอย่างรวดเร็วเพื่อพบเจ้า แต่ข้าไม่สามารถทิ้งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้หลังจากนั้นข้าได้ยินเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เจ้าทำในเมืองหลวงและก็ทำในนามของตำหนักหยู …” เขาคิดว่าเขาควรใช้คำอย่างไร“เอ้อ เด็กผู้หญิงต้องแต่งงานเมื่อนางโตขึ้น ! ”ซวนเทียนหมิง เจ้าเป็นคนไร้เหตุผล!นางพยายามควบคุมอารมณ์ของนาง แล้วคนตรงหน้าก็เปลี่ยนเรื่องพูดทันที “เลิกพูดเล่นกันได้แล้ว เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญกันดีกว่า ขาของข้า…รักษาได้หรือไม่ ? ”เฟิงหยูเองสงบลงและหันไปสนใจขาของเขา แม้กระนั้นนางไม่ได้พูดเลยซวนเทียนหมิงเห็นว่านางมีปัญหาเล็กน้อย และอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่ว่าอย่างไรข้าก็คุ้นเคยกับการนั่งบนรถเข็น”“ไม่ใช่” นางส่ายหัว “ข้าไม่ได้บอก