บัลลังก์โมโห จนลุกขึ้นมาชี้หน้าเหล่าขุนนางที่ขัดขวาง พร้อมกับกล่าวว่า หากเรื่องที่ขุนนางกล่าวเป็นความจริง ตนเองจะยินยอมลงจากราชบัลลังก์ทันที และเพียงพริบตาเดียว ขุนนางที่กำลังต่อต้านกลับคุกเข่าลง และขอพระราชทานอภัยโทษ เพียงแต่ไม่มีใครคนที่ที่เข้าหน้าติดสักคน เป็นเหตุให้จินเออร์ต้องเดือดร้อนเข้ามาในท้องพระโรงและอ้อดอ้อนต่อรองกับท่านลุงหมาดๆ ของตนเอง เพราะเห็นว่าท่านลุงหมาดๆนั้นรักและเอ็นดูในตัวนางที่สุดแล้วจินเออร์ก็ยังเป็นจินเออร์ เมื่อเห็นหนทางร่ำรวยจึงเอ่ยให้ท่านลุงสั่งลงโทษโดยการยึดทรัพย์สมบัติเข้าท้องพระคลังครึ่งหนึ่งของสมบัติที่มี ทำให้เหล่าขุนนางต่างส่งเสียงโอดครวญกันไม่หยุด“เช่นนั้นก็จับเข้าคุกแล้วเนรเทศไปเสีย ทหารจัดการ”“ช้าก่อนพะยะค่ะ กระหม่อมยินดี” เมื่อมีเสียงหนึ่งเอ่ยออกมาเสียงสอง เสียงสามและคนอื่นๆ ที่กำลังหาทางรอดถึงกับยอมเอ่ยออกมาเช่นกันเรียกได้ว่าในตอนนี้นั้น มิมีผู้ใดร่ำรวยเท่านางอีกแล้วนอกจากนี้จ้าวฮ่องเต้ยังคงยึดมั่นในการครองราชย์เป็นอย่างดี เมื่อเห็นว่ามีการสงสัยในตัวของครอบครัวของจ้าวหลินเหมย จึงออกราชโองการว่าจะมีการพิสูจน์สายเลือดแห่งบัลลังก์หงส์และมังกรอีกครา ในงานวันฉลองเปิดตัวองค์หญิงนั้นเองเรียกความตื่นตาชื่นใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากนอกจากนี้ยังเรียกความเชื่อมั่นในตัวราชวงศ์กลับมาอีกด้วยเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ในขณะนี้นั้นกิจการต่างๆก็ได้ให้ตัวแทนที่ไว