“ท่านปั้า…”“หน้าหนาวที่ผ่านมา ข้าเห็นว่าทั้งสองคล้ายปั่วยไข้อยู่ก่อนแล้วเจ้าค่ะ และเมื่อไม่กี่วันก่อน ข้านำเงินที่ยืมจากบ้านเปั่ยมาคืน หลังจากหน้าหนาวที่แล้วที่ข้ายืมไปมาคืน ปรากฏว่าเห็นทั้งสองคนนอนสลบบนเตียง เมื่อสอบถามจึงได้ความว่าเพราะปั่วยเรื้อรังจากหน้าหนาวทำให้สลบไปเจ้าค่ะ”“อืม สิ่งที่เวิ่นฮูหยินพูดออกมา เป็นเรื่องจริงหรือไม่จินเออร์”“เจ้าค่ะ เป็นเช่นที่ท่านปั้าพูด อึก อืออ” ข้าเหลือบมองดูหน้าเวิ่นฮูหยินอีกครั้ง“เช่นนั้นพวกเจ้า ก็คืนเงินนังหนูจินเออร์ไปเถิดไม่เช่นนั้นข้าจะแจ้งทางการ” ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อได้ฟังเช่นนั้นจึงเอ่ยออกไปตามความถูกต้อง“ทำไมข้าต้องคืนมันด้วย อยู่ที่ข้ามันก็ต้องเป็นเงินของข้า” เจียฮูหยิน เมื่อได้ยินว่าตนต้องคืนเงิน ก็ตะโกนกลับไปด้วยความโมโห ด้วยเงินที่ตนถืออยู่นั้นจำเป็นต้องนำไปให้ลูกชายคนเล็กของตนใช้หนี้ไม่เช่นนั้น บุตรชายคนเล็กของตนอาจโดนทำร้ายถึงแก่ชีวิต“หึยยย ก็เพราะพวกเจ้าขโมยมันมานะสิ”ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์โมโห พร้อมด้วยเสียงตะโกนจากชาวบ้านที่เริ่มหันมาเข้าข้างจินเออร์แล้ว“ไม่ ข้าไม่ได้ขโมย ข้าเป็นย่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของพวกมัน เงินนี้ก็สมควรเป็นของข้า” เจียฮูหยินยังคงยืนยันเสียงหนักแน่นด้วยหากต้องเลือกชีวิตของคนในบ้านเปั่ยกับบุตรชายตนเองแล้ว แน่นอนว่าบึตรคนอื่นนั้นไร้ค่ายิ่งกว่าหมูที่บ้านเสียอีก“เช่นนั้น ลั่วหยุนเจ้าไปแจ้งทางการ”“ขอรับ”“เดี๋ยวก