ท่านพ่อนั้นเนื่องจากสรุปภายในใจกับตนเองได้แล้วว่าตอนนี้ตนเองคือใครและควรทำเช่นไร จึงเปิดโอกาสให้ท่านแม่ได้แสดงความคิดเห็นและให้เกีรติท่านแม่ไปด้วย“โถ่ องค์หญิงเพคะ” ท่านยายเมื่อได้ยินคำเรียกอันคุ้นหูแต่ไม่คุ้นใจในตอนนี้ จึงหันไปท่านแม่ของข้าพร้อมด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายที่ไม่สามารถทำให้องค์หญิงเรียกตนเองตามขั้นของบ่าวรับใช้ได้“ก่อนอื่น ในเมื่อเราต่างทราบความจริงกันแล้วหม่อมฉันอยากให้เราตกลงกันเรื่องฐานะก่อนเพคะหลังจากนี้อาจจะมีปัญหายุ่งยากตามมา โปรดเรียกหม่อมฉันว่าตาเฒ่าเปั่ยและฮูหยินเปั่ยเถิดเพคะ หม่อมฉันละอายใจเหลือเกิน” เปั่ยฮูหยินเอ่ยออกมา ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แววตาแน่วแน่ ด้วยเพราะความละอายใจและต้องการเชิดชูเกียรติขององค์หญิงน้อยของตนเอง คุณชายซี และท่านหญิงน้อยของพวกเขา“ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ เราคุยกันแล้วมิใช่หรือ งั้นเอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ต่อหน้าบุคคลอื่นที่รับรู้เรื่องราวของพวกเรา ข้ายินยอมให้พวกท่านทำตัวหมางเมินพวกข้าแต่หากมีแค่ครอบครัวเราแล้วนั้น ท่านพ่อและท่านแม่ยังเป็นเป็นผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูและให้การช่วยเหลือพวกข้าทั้งสอง รวมทั้งจินเออร์ตัวน้อยตรงหน้านะเจ้าคะ”ท่านแม่กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เข้าใจในคำพูดของท่านยาย อีกทั้งยังมีน้ำเสียงแง่งอนติดปลายตลก เพื่อทำให้ท่านตาท่ายไม่เครียดและเข้าใจในความต้องการของตนเองจริงๆ“อาซาน อาหลิน ขอบใจพวกเจ้ามากจริงๆ ที่ไม่โกรธพ่อกับแม่อีก