างก็เริ่มแผ่ปราณแห่งการต่อสู้ออกมากันทีละคนปราณแห่งการต่อสู้หลากสีรวมตัวกัน ก่อตัวขึ้นเป็นโล่ป้องกันสีรุ้งอย่างช้าๆ ซึ่งบดบังท้องฟ้าด้านหน้าเทือกเขาทรายเหลืองในระยะ 300เมตรหากพื้นที่นั้นไม่ได้รับการป้องกัน จักรพรรดิแห่งสัตว์จะไม่กล้าปลดปล่อยการโจมตีออกไปลำแสงโจมตีก่อนหน้านี้ช่างน่ากลัวมากลำแสงนั้นน่าหวาดหวั่นมากจริงๆทหารในกองทัพทาสมีจำนวนมหาศาล แม้ว่ากองทัพแมมมอธชุดแรกจะตายไปแล้วกว่า 100 ตัว แต่ก็ยังมีแมมมอธยักษ์อีกเป็นจำนวนมากที่วิ่งไปยังกำแพงเมืองและบนร่างกายของแมมมอธเหล่านั้น ก็มีทหารชาวบิสเตอร์เผ่าเหยี่ยวยืนอยู่ดวงตาเหยี่ยวของทหารเผ่าเหยี่ยวเหล่านี้ทรงพลังมาก พวกเขาไม่ได้ใช้ปืน แต่ถือคันธนูและลูกธนูเหล็ก ซึ่งมีลูกศรที่แหลมคมอยู่ด้านบนพวกเขาเล็งลูกธนูไปยังกำแพงเมือง ราวกับกำลังรอคอยให้ศัตรูปรากฏตัวออกมา“พลธนูราชาสุริยะ ประจำตำแหน่ง!”แต่ในเวลานี้ พลธนูในชุดออกศึกสีทองได้ปรากฏตัวขึ้นบนกำแพงเมืองเทือกเขาทรายเหลือง โดยยืนเรียงกันเป็นแถวพลธนูยกคันธนูสีทองขึ้นมา และยิงลูกธนูให้พุ่งตกลงไปด้านล่างราวกับเม็ดฝนแม้ว่าจะมีโล่ป้องกันสีรุ้ง แต่ตำแหน่งของโล่นั้นอยู่สูงพอสมควรมันปิดกั้นท้องฟ้าในระยะที่สูงกว่า 40 เมตรเมื่อเป็นเช่นนี้ เผ่าเหยี่ยวจึงสามารถโจมตีใส่กำแพงเมืองเทือกเขาทรายเหลืองได้อย่างอิสระและยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบกับการโจมตีของเทือกเขาทรายเหลืองดูเหมือนว่าจักรพรรดิแห่งสัตว์จะหวาด