ห้หลิวจางร้อนรน ต้องรีบพูดออกมาว่า“ยัยหยานหยาน! พูดจาไร้สาระอะไร ใครอบอวลไปด้วยความรัก!”เมื่อพูดจบ ดวงตาคู่คมก็กลอกไปมา จากนั้นคลี่ยิ้ม แล้วกล่าวว่า“ฉันรู้แล้ว ฉันจะต้องเขิน แล้วจงใจผลักเรื่องทั้งหมดมาให้ฉันแน่ๆ!หยานหยาน เธอมีนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก อย่าคิดว่าฉันไม่รู้”“ฉันจะผลักไปให้เธอทำไม? เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่ามันคือความจริง!”ซ่างกวนหยานรู้ดีว่า หากยังเถียงกันต่อไป เธอจะต้องถูกหลิวจางผลักเข้าไปในทางตันอย่างแน่นอนเธอจึงต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง โดยการยืดอกขึ้น แล้วชี้ไปที่ฉินเฉา“ยังไงก็แล้วแต่ วันนี้หมอนี่อุตส่าห์โผล่หน้ามาทั้งที พวกเราจะปล่อยเขาไปไม่ได้! ฉินเฉา นายจะต้องเลี้ยงข้าวพวกเราสองคน ฉันมีเรื่องจะขอความช่วยเหลือจากนายอยู่พอดี”“หา? จะขอความช่วยเหลือจากฉัน แต่จะให้ฉันเลี้ยงข้าวเนี่ยนะ?”ฉินเฉารู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะผิดแปลกเกินไปแล้วมาขอความช่วยเหลือคนอื่นด้วยท่าทางแบบนี้ มันมีที่ไหน?“อะแฮ่ม! นี่ฉันกำลังให้โอกาสนายอยู่นะ”ซ่างกวนหยานเบ้ปาก แล้วบอกฉินเฉาว่า “ฉันขอบอกนายเอาไว้ผู้ชายที่รอจะเลี้ยงข้าวฉันมีอยู่ทั่วเมืองจิงโตว แต่ว่าตอนนี้ฉันกำลังแสดงความเมตตา ช่วยให้นายมีโอกาสได้หมายเลขแรกๆ แต่นอกจากนายจะไม่ขอบคุณฉันแล้ว ยังกล้าพูดแบบนี้กับฉันอีก ช่างเป็นผู้ชายที่ไม่รู้ถูกผิดจริงๆ”ฉินเฉาเข่าแทบทรุดเชี่ย ยัยนี่เป็นอันธพาลหรือไง?“ว่ายังไง? ไม่อยากเลี้ยงข้าวฉันเหรอ? ถ้าไม่อยากเลี้ยงก็ช่างม