็รู้สึกถึงจิตวิญญาณสั่นไหว วิชานี้จึงถูกประทับลงในสมองของเขาทันที
หลังจากเดินดูรอบหนึ่ง หลี่ลี่ไม่พบสิ่งผิดปกติอื่นใด จึงรีบกลับร่างเดิมเพื่อฝึกฝนต่อ
เมื่อได้รับวิชาลับวิหารราตรีมาใหม่ ๆ หลี่ลี่จึงใช้จิตตรวจสอบดู
“วิชาลับวิหารราตรี”
หลอมร่างกาย ขจัดวิญญาณสามัญ สร้างครรภ์มาร ใจเป็นหนึ่งเดียว…
ขณะที่หลี่ลี่อ่านวิชาในสมอง เขาก็ขมวดคิ้วมากขึ้นเรื่อย ๆ
วิชานี้เหมาะสำหรับสตรีฝึกฝนจริง ๆ แต่ต้องให้หลี่ลี่ฝึกก่อนแล้วส่งพลังมารไปช่วยหลอมร่างและรวมวิญญาณยุทธ์ ซึ่งไม่เป็นไร แต่ปัญหาคือวิญญาณยุทธ์ที่รวมขึ้นมาจะอยู่ภายใต้การควบคุมของหลี่ลี่ ที่ว่าใจเป็นหนึ่งเดียวก็คือหลี่ลี่สามารถสำรวจความคิดและควบคุมการกระทำของอีกฝ่ายได้
นี่มันเหมือนควบคุมหุ่นเชิดเลย ช่างโหดร้ายเหลือเกิน!
หลี่ลี่ส่ายหน้า ไม่คิดจะใช้วิชานี้เลย
เขาสงบจิตใจ แล้วเริ่มฝึกวิชารัตติกาลผนึกมาร ดูดซับปราณยุทธ์อันเย็นเยียบจากศิลาสุขาวดี เริ่มหลอมเลือดเนื้อของตน ฝึกวิญญาณยุทธ์ขั้นที่สาม ระดับแปรผันเส้นชีพจร
วิชารัตติกาลผนึกมารก็เหมือนวิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ ต้องใช้ปราณยุทธ์มหาศาล ค่อย ๆ ฝึกไปทีละขั้น รุ้งพิสุทธิ์ฝ่าสุริยันไม่สามารถใช้วิชารัตติกาลผนึกมารและวิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ได้ ต้องฝึกใหม่ทั้งหมด
หลี่ลี่เคยฝึกรุ้งพิสุทธิ์ฝ่าสุริยันมาก่อน เขารู้ว่าระดับแปรผันโลหิตคือการทำให้เลือดเนื้อกลมกลืนกับปราณยุทธ์ของตน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว หากเ