ัวไปไกล ๆ เลย!”
วาทะของผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนเช่นนี้ ปวงชนล้วนไม่สนใจ ไม่มีใครเชื่อสักนิด กระทั่งสงสัยว่าอีกฝ่ายมีเจตนาไม่เป็นมิตร
มีเพียงคนจากคณะเลือดเหล็กเท่านั้นที่เชื่อใจเจียงผิงอันยิ่ง ตั้งขบวนคุ้มกันล่าถอย ระวังอันตรายทันที
เติ้งเส้าสี่ถามขึ้น “สหายเต๋าเจียง ค่ายกลนี้มีอันตรายอะไรหรือ?”
เจียงผิงอันอธิบาย “ข้ามิได้พูดว่าค่ายกลนี้อันตราย แต่โอสถเซียนเหล่านี้ต่างหากที่อันตราย”
“ฮ่า ๆ”
คนทั้งหลายระเบิดฮาทันที ยามนี้พวกเขาแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายต้องอยากฮุบโอสถเซียนไว้ลำพัง แล้วแต่งเรื่องมุสาที่กระทั่งคนปัญญาอ่อนยังไม่เชื่อแบบนี้ขึ้นมา
หากโอสถเซียนอันตราย เช่นนั้นความอันตรายของมันก็คือกินมากเกินไป รับพลังของโอสถเซียนมิได้เท่านั้นแหละ
“หากกลัวตาย พวกเจ้าก็รีบไปเสียเถอะ อย่ามาพยายามฉวยประโยชน์ข้างหลังเรา!”
ปวงชนทั้งหลายจ้องมองคนจากคณะเลือดเหล็กอย่างเยียบเย็นไม่พอใจยิ่งที่เจ้าพวกมาใหม่พวกนี้ทำให้พวกเขาเสียเวลา
ขณะนั้น กระทั่งคนจากคณะเลือดเหล็กยังนึกสงสัย เจียงผิงอันพูดถึงอันตรายอะไรอยู่?
เจียงผิงอันพูดขึ้นอีกครั้ง “โอสถเซียนทั่วไปไม่อันตรายจริง ๆ แต่ว่า… โอสถเซียนเหล่านี้มีจิตวิญญาณแล้ว! พวกมันมีพลังต่อสู้ในระดับเซียน และกำลังรอพวกเจ้าเปิดค่ายกลเพื่อจับพวกเจ้ากิน!”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าปวงชนล้วนชะงัก
โอสถเซียนมีโอกาสเกิดจิตวิญญาณจริง ๆ หากโอสถเหล่านี้เกิดจิตวิญญาณ ต่อให้ไม่รู้วรยุทธ์อ