หลาดมากขึ้นทุกทีไรลีย์รู้สึกว่าตัวเองยังฉลาดไม่พอ ดูเหมือนว่าสิ่งต่างๆ จะอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเธอไปแล้วนับตั้งแต่ที่เริ่มจับตัวผู้คุมกฎคนนี้มา หลายสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ประเดประดังเข้ามาในหัวของเธอ“เทือกเขาทรายเหลืองสนใจเชลยคนนี้เหรอ?”จู่ๆ ก็องก็มีมารยาทขึ้นมา “ถ้าเทือกเขาทรายเหลืองสนใจ งั้นก็ให้เทือกเขาทรายเหลืองไปเลย”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ไรลีย์ก็พลันขมวดคิ้วมุ่น“โอ้? จริงเหรอ?”แต่ซูเฟยที่ได้ยินนั้นเลิกคิ้ว แล้วเอ่ยถามด้วยความสนใจ“ฉันคิดว่าเชลยคนนี้ดูน่าสนใจมาก ในแง่มุมหนึ่ง เขาอาจจะช่วยทำประโยชน์ให้กับเทือกเขาทรายเหลืองได้ แต่กองกำลังต่อต้านยินดีที่จะตัดใจยกให้เหรอคะ?”“ฮ่าๆๆ! ตัดใจอะไรกัน? มันเป็นแค่เชลยเท่านั้น………..”ก็องหัวเราะออกมาแต่เขาไม่รู้เลยว่า ในดวงตาสีฟ้าของซูเฟยนั้นมีจิตสังหารซ่อนเร้นอยู่“ได้สิ ได้แน่นอน! ถึงเชลยคนนี้จะมีความสำคัญต่อพวกเรามากแต่เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการร่วมมือกัน พวกเราจะยกเขาให้กับเทือกเขาทรายเหลือง”เดลตันอยากทำให้สาวสวยมีความสุข เขาจึงรีบกล่าวขึ้นมา“ไม่ได้ค่ะ!”แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ไรลีย์ผู้จงรักภักดีมาโดยตลอดจะไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเดลตัน“ทำไมล่ะ?”เดลตันหันไปมองไรลีย์ด้วยความไม่สบายใจ ในใจก็คิดไปว่า ทำไมไรลีย์น้อยถึงได้มาขัดคอเอาตอนนี้“ขออภัยค่ะ ผู้บัญชาการซู ข้าใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก กว่าที่จะชิงตัวคนคนนี้ออกมาจากป้อมปราการอวกาศ