ญิงบอกพวกข้าว่า ให้วางเอาไว้แบบนี้ จะได้เป็นการแสดงแสนยานุภาพให้ผู้บุกรุกได้เห็น”เชี่ย! เขาเดาว่านี่จะต้องเป็นความคิดของซูเฟยฉินเฉาแอบคิดในใจอย่างอดไม่ได้“ยังไงก็เถอะ พวกข้ามามองหาพันธมิตรกันจริงๆ แต่ว่าตอนนี้พวกข้าไม่อยากจะเชื่อคำพูดของพวกเจ้าเลย”เดลตันขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วกล่าวออกไป “พลังของเทือกเขาทรายเหลืองเพิ่งจะก่อตั้งมาได้ไม่นาน มันจะแข็งแกร่งขนาดนั้นได้ยังไง? แล้วพรรคพวกของนายท่านที่พวกเจ้าพูดถึง เป็นใครมาจากไหน? เมื่อก่อนยังไม่มีขุมกำลังแบบนั้นเลยแท้ๆ”“เถียจู้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขามาจากไหน แต่ว่านายท่านเป็นเหมือนกับเทวดาที่มาหาพวกข้า!”เถียจู้ลูบศีรษะของตัวเอง แล้วยิ้มออกมา “นายท่านคือพระผู้ช่วยให้รอดของพวกข้า”“เป็นเหมือนเทวดางั้นเหรอ?”ในที่สุดไรลีย์ก็เปิดปากพูดออกมา “นายท่านของพวกเจ้าเป็นใครกันแน่?”“เขาชื่อว่าฉินเฉา”เถียจู้พูดชื่อนี้ขึ้นมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง“ฉินเฉา ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย………….”ไรลีย์วนนิ้วของตัวเองไปมา แล้วตกอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้ง“อย่าไปฟังหมอนี่พูดจาไร้สาระเลย ฉินเฉาอะไรนั่นจะมาจากไหน? เทือกเขาทรายเหลืองเป็นได้แค่ขุมพลังอันว่างเปล่าที่ชอบคุยโม้เท่านั้นแหละ!”ก็องวิเคราะห์ตามมุมมองของตัวเอง “คนพวกนี้ก็แค่ใช้วิธีโอ้อวดพลังของตัวเอง เพื่อดึงดูดขุมพลังให้เข้ามามากขึ้น จากนั้นพลังของพวกเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ น่ะ