ฉินเฉาไม่อยากกลายเป็นจุดเด่นมากเกินไป เขาเดินขึ้นไปบนไม้กระดานอย่างช้าๆ ด้วยสภาพร่างกายที่ราวกับไร้น˺าหนัก ถึงจะดูเหมือนว่ากำลังประหม่า แต่ที่จริงแล้วมันก็เหมือนกับการเดินอยู่ในสวนหลังบ้านเมื่อเขาเดินผ่านหน้าเหลียวชาชาไป สาวน้อยคนนี้ก็กรีดร้องเสียงหลงทันที“ฉินเฉาน่าตาย รีบมาดึงฉันไปด้วยสิยะ!”ฉินเฉายิ้มมุมปากเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เหยียบลงบนไม้กระดานใต้เท้าของเหลียวชาชาเบาๆทันใดนั้นเอง เหลียวชาชาก็สูญเสียการทรงตัว และหล่นลงไปบนเบาะฟองน˺าด้านล่างทันที“อ๊า! อีตาบ้าฉินเฉา! นายมันเลวที่สุด!”เหลียวชาชาไม่คาดคิดเลยว่า เธอจะตกรอบตั้งแต่ด่านแรกแบบนี้เธอล้มตัวนอนลงบนเบาะฟองน˺าด้วยความหงุดหงิด และกล่าวสาปแช่งฉินเฉาไม่หยุดปากฉินเฉาหัวเราะออกมาในใจ แต่สีหน้ากลับนิ่งงันราวกับไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเดินข้ามผ่านแผ่นไม้กระดานไปได้อย่างง่ายดายตรงหน้าของเขามีบาร์เดี่ยว หลิวอิงกระโดดขึ้นไปเหยียบและเดินผ่านไปราวกับไต่เชือกแต่ฉินเฉาไม่กล้าเคลื่อนไหวอย่างใหญ่โตแบบนั้น เขาใช้มือทั้งสองข้างโหนบาร์ แล้วไต่ไปทีละขั้นๆ แทนในตอนนี้นักกีฬากำลังเตรียมตัวที่จะฝ่ากำแพงกำปั้นในด่านที่สามแม้แต่นักกีฬาอย่างเขา ด่านนี้ก็ยังยากที่จะข้ามผ่านไปได้ในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้ง 11 คน ส่วนใหญ่มักจะตกรอบกันในด่านนี้ มีหลายคนที่ถูกหมัดจากกำแพงยื่นออกมาปะทะ ทำให้ล้มลงไปอย่างต่อเนื่องตอนนี้นักกีฬาติดอยู่ที่กลางกำแพง ซึ่งเป็นจุดบอดเพียงห