ววางมือข้างหนึ่งลงบนร่างกายของเขา“เกราะหงจวิน!”ทันใดนั้นเอง เกราะแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นมาบนร่างกายของชือโหยว และบดบังส่วนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวของเขาเอาไว้“เชี่ย มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าเนี่ย!”ฉินเฉารู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที เป็นแบบนี้แล้วจะสู้ได้ยังไงล่ะ?“หึๆ ……….ชือโหยวผู้ไร้เทียมทานอยู่ตรงหน้าของพวกเจ้าแล้วดังนั้นข้าถึงได้บอกว่า อย่าฝืนต่อต้าน และคุกเข่ารอรับความตายอย่างมีความสุขยังไงล่ะ”“ฉัน………”ฉินเฉากำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ซูจีคว้าตัวเขาเอาไว้แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“โอ้…………งั้นก็ช่างมันเถอะ”เมื่อเธอเลือกที่จะปล่อยผ่านมันไป ซวนหยวนอิงจี๋ก็รู้สึกประหลาดใจมาก วันนี้ซูจีเกิดเป็นอะไรขึ้นมา?เท่าที่เธอจำได้ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่ชอบยอมแพ้ใครนี่“เป็นอะไรไป? คุณหนูคนเล็กแห่งตระกูลซู ในที่สุดก็รู้จักกลัวขึ้นมาแล้วเหรอ?”“แกทำแบบนี้ แล้วพวกเราจะสู้ได้ยังไงล่ะ?”ซูจีเบ้ปาก แล้วกล่าวออกมาว่า “พวกเรายอมแพ้แล้ว อยากจะฆ่าจะแกงกันยังไงก็เชิญเลย”หลังจากนั้น เธอก็ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นถึงฉินเฉาไม่รู้ว่าซูจีคิดจะทำอะไร แต่เขาก็เชื่อในการตัดสินใจของซูจีดังนั้นเขาจึงนั่งลง โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวฝ่ายซวนหยวนอิงจี๋ เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว เธอก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปเธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะมายืนอยู่ด้านหลังฉินเฉา“ฮ่าๆๆๆๆ!”กุนซือหลงมัวเมาไปกับความมั่นใจในตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาระ