จักรพรรดิสวรรค์และหวังหมู่ต่างตกใจกันยกใหญ่ เมื่อเห็นฉินเฉาพาผู้ฝึกตนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาหาตนชาวสวรรค์ทำท่าทางราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจเซียนที่เหลืออยู่มีท่าทีระแวดระวัง คว้าอาร์ติแฟคของตัวเองขึ้นมา แล้วเข้ามาขวางหน้าจักรพรรดิสวรรค์และหวังหมู่“ไม่ต้องตกใจกันมากขนาดนั้นหรอก”ฉินเฉายื่นมือข้างขวาออกมา “ฉันมีเรื่องที่จะต้องคุยกับจักรพรรดิสวรรค์”“ช่างกล้าหาญนักเจ้ามนุษย์! จักรพรรดิสวรรค์มีฐานะอะไร? จะให้มาพูดคุยกับคนธรรมดาอย่างเจ้าได้ยังไง!”แม่ทัพสวรรค์หน้าดำคนหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าหมวกเกราะของเขาถูกซัดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ได้ถือหอกในแนวนอน แล้วร้องตะโกนใส่ฉินเฉาแต่ในขณะนั้นเอง ไม่รู้ว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ มือข้างหนึ่งของเธอกำลังจับไหล่ของเขา ส่วนมืออีกข้างกำลังถือมีดสีดำเล่มหนึ่งพาดลำคอของเขาอยู่กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกนี้ ราวกับว่าแม่ทัพหน้าดำจะถูกบั่นคอได้ทุกเมื่อแม่ทัพนายนี้เป็นคนที่หนักแน่นมาก แต่จู่ๆ เขาก็ดันไม่กล้าพูดอะไรออกมาเสียอย่างนั้นและในขณะนั้นเอง ค่ายกลกระบี่ทำลายล้างก็ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าอย่างเนืองแน่นฉินเฉายกมือข้างหนึ่งขึ้นมา มุมปากกำลังแสยะยิ้มทั้งที่จริง ๆ แล้ว ภายในใจกำลังรู้สึกเจ็บปวดมาก เชี่ยเอ๊ย! ในเวลาแบบนี้ยังต้องมาฝืนใช้วิชาค่ายกลกระบี่ทำลายล้างอีก น่าหดหู่ชะมัด!กระบี่ที่ราวกับผ้าม่านผืนใหญ่ได้ล้อมทั่วทุกมุมของชาวสวรรค์เอาไว้เม