“ศัตรูของเจ้าก็คือพวกข้าต่างหาก”หลงว่านเฉิงกล่าวออกมาอย่างเย็นชา ก่อนที่จะเริ่มใช้วิชาค่ายกลกระบี่ปราบเซียนกระบี่ทั้งแปดเล่มวนเวียนอยู่รอบตัวฉินเฉามันดูคล้ายกับกรงที่กำลังกักขังฉินเฉาอยู่ข้างในจู่ๆ ฉินเฉาก็รู้สึกอ่อนแอลงอย่างกะทันหันถึงแม้ว่าเขาจะมีพลังอยู่ในขั้นผู้ยิ่งใหญ่เซียนฟ้าระดับสุดท้าย แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ร่างของเขาถึงไม่สามารถถือครองพลังนี้ได้เหมือนเดิมเขารู้สึกอ่อนล้าไปจนถึงจิตวิญญาณ…………“วิชาค่ายกลกระบี่ปราบเซียน คือการควบคุมวิญญาณและจิตใจของคน”เสียงของมารฝันดังขึ้น เสียงนั้นราวกับล่องลอยมาจากที่ไกลๆ และดังก้องอยู่ในหูของฉินเฉา“วิชาค่ายกลกระบี่ที่โจมตีจิตใจของเจ้าโดยตรง ดูซิว่าเจ้าจะต้านทานมันได้ยังไง”ในเสี้ยววินาทีนั้น ฉินเฉารู้สึกราวกับตัวเองกำลังเปลือยกายยืนอยู่ตรงหน้าทุกคนความรู้สึกนี้มันช่างอึดอัดใจมาก………..จู่ๆ ฉินเฉาก็รู้สึกอ่อนแอขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเหมือนกับว่าทุกคนเป็นศัตรูกับเขาทุกคนกำลังจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา ราวกับจะพุ่งเข้ามาฉีกร่างของเขาได้ทุกเมื่อในช่วงเวลานี้ ฉินเฉารู้สึกว่าตัวเองได้กลับไปเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในอดีต ที่ไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะมัดไก่ไม่มีความรู้สึกของการฝึกตนที่เต็มเปี่ยม…………ไม่มีความรู้สึกของพลังที่เพิ่มพูนขึ้นมา………..อ่อนแอ มีเพียงความรู้สึกอันอ่อนแอเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ทันใดนั้นฉินเฉาเริ่มรู้สึกหวาดกลัวกระบี่ทั้งแปดเล่มที่กำล