ติแต่การเป็นฝ่ายอาสาขอเข้าร่วมด้วยแบบนี้ นับว่าหายากมาก“พวกข้าเคยเข้าไปในหอคอยสกัดกลั่นมารกันมาแล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องหวาดกลัว”อู๋ชิงเย่คลี่ยิ้มออกมา “เพราะฉะนั้นศิษย์พี่เซียงเหอ โปรดพาพวกข้าเข้าไปด้วยเถอะ”“ดี งั้นก็ขึ้นมาบนเมฆกันได้แล้ว”เซียงเหอพยักหน้า หากทำให้พวกเขามีประสบการณ์ขึ้นมาบ้างก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเมฆใต้ฝ่าเท้าของเธอขยายขนาดขึ้นมาเล็กน้อย จนมีพื้นที่เพียงพอให้คนอีกสองคนขึ้นมาเหยียบได้“ขะ ข้าก็จะไปด้วยคน!”คราวนี้ลิลลี่รีบพูดขึ้นมาทันที“ไม่ว่าฉินซานจะไปไหน ข้าก็จะไปด้วย!”ผู้หญิงคนนี้ดื้อดึงจริงๆ!อู๋ชิงเย่เหงื่อไหลลงมาตามหน้าผากเธอหันไปขอความช่วยเหลือจากเซียงเหอทันทีแต่เซียงเหอนั้นเป็นคนที่มีความยุติธรรมสูงมาก เธอขยายขนาดเมฆใต้เท้าเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย“ขึ้นมาสิ ประสบการณ์จะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของพวกเจ้า”สิ้นเสียง เซียงเหอก็ดึงลิลลี่ให้กระโดดขึ้นมาอยู่บนเมฆ“คนพวกนี้เสียสติกันไปแล้วแน่ๆ …………”“เหอะ! เป็นวีรบุรุษบ้าอะไรกัน…………”ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันกระซิบกระซาบกันเสียงเบาฉินเฉาขมวดคิ้วในทันทีคนพวกนี้ ตัวเองกลัวเอง แต่ยังจะมาดูถูกความกล้าหาญของคนอื่นอีกคนประเภทนี้เข้ามาในสำนักเฟิงสุ่ยได้ยังไง?ดูเหมือนว่าบททดสอบทางจิตใจของสำนักเฟิงสุ่ยจะยังไม่เพียงพอสินะศิษย์ที่เข้ามาในนิกายหลัวซาจะต้องไม่มีคนที่รักตัวกลัวตายอย่างเด็ดขาดในโลกใบนี้ ถ้าคุณรักตัวกลัวตาย คุณก็จะทำเรื่องสำคัญให