ากุมหน้าผากของตัวเอง “แปลกจัง………ทำไมความรู้สึกที่ควรจะชัดเจน ตอนนี้กลับดูเลือนรางลงแบบนี้…………..”เธอไม่เข้าใจและยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองสถานการณ์นี้มันช่าง……..แปลกมาก“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ……….”หนานกงเหลียงส่งกระแสจิตไปหาฉินเฉาและอู๋ชิงเย่“เมื่อไม่มีวิญญาณก็จะไม่สามารถตัดสินความรู้สึกเหล่านี้ได้ ขออภัยด้วย พวกข้าช่วยได้เพียงเท่านี้”อู๋ชิงเย่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วกล่าวออกมาการทำให้เตี๋ยอู่กลายเป็นนางบำเรอศพ ไม่รู้ว่ามันจะเป็นโชคดีหรือคำสาปกันแน่…………“ข้า………กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความพิเศษมากไปแล้วสินะ”จู่ๆ เตี๋ยอู่ก็เงยหน้าขึ้นมา และเอ่ยถามหนานกงเหลียงอย่างกะทันหัน“เอ่อ คือ……….”ดูเหมือนว่าหนานกงเหลียงจะโกหกไม่เก่งนัก เมื่อถูกถามเช่นนั้นเขาก็พูดไม่ออก สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเลใจ“อืม……..ข้ารู้แล้วล่ะ”เตี๋ยอู่ยื่นมือทั้งสองข้างของเธอออกมา และจ้องมองมันด้วยสายตาว่างเปล่า “หากข้าจำไม่ผิด วิญญาณของข้าน่าจะถูกฝ่ามือของเจ้าทำลายไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว…………..”“อืม…….”หนานกงเหลียงพยักหน้าลงด้วยสีหน้าเจ็บปวด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและเสียใจเขาเกลียดชังตัวเองเหลือเกิน ทำไมในตอนนั้นเขาถึงได้ปฏิบัติต่อคนที่เขารักมากที่สุด ด้วยการกระทำที่แย่ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน?“แต่ว่าดีเหลือเกินที่ตอนนี้ข้ายังมีชีวิตอยู่…………”เตี๋ยอู่ยิ้มออกมา “อย่าได้ดูถูกข้าเชียวนะ ข้าคืออสูรที่มีชีวิตอยู่มาถึงห้