“ฟืนแค่นิดเดียว ข้าผ่าแค่เพียงครึ่งวันก็เสร็จแล้ว แต่พวกเจ้าที่ใช้เวลาทั้งวันกลับผ่าได้เพียงแค่นี้!”ฉางเฟิงยืนชี้หน้าพวกฉินเฉา แล้วกล่าวเย้ยออกมาด้วยความภาคภูมิใจ “คืนนี้พวกเจ้าห้ามกลับไปนอนในห้อง จงไปนอนในห้องเก็บฟืนกันซะ แล้วพรุ่งนี้เช้าก็มาผ่าฟืนกันต่อ หากผ่าฟืนทั้งหมดเสร็จเมื่อไหร่ พวกเจ้าค่อยกลับไปในนอนในห้องได้”“ละ แล้ววิชาฝึกตนของพวกข้าล่ะครับ…………”อู๋ชิงเย่ถามออกมาด้วยน˺าเสียงอ่อนแรง“วิชาฝึกตนเราะ? รอให้ผ่าฟืนเสร็จเมื่อไหร่ ค่อยมาพูดถึงอีกที”ฉางเฟิงเยาะเย้ย จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อ หมุนตัวเดินออกไป“แม่งเอ๊ย ฟืนตั้งมากมายขนาดนี้ แต่ให้ผู้มาใหม่สองคนผ่าให้เสร็จภายในวันเดียวเนี่ยนะ? รังแกกันเกินไปแล้ว!”อู๋ชิงเย่อดไม่ได้ที่จะเบ้ปากกล่าวออกมา“ไม่เป็นไรหรอกน่า นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พวกเราต้องการหรือไง?”ฉินเฉาลูบหัวอู๋ชิงเย่ “เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ พวกเราควรที่จะออกเดินทางกันได้แล้ว”“เจ้ากำลังจะไปที่ไหน?”“ก็ต้องไปสำรวจที่หอคอยทะลุฟ้าแน่นอนอยู่แล้วน่ะสิ”“แต่ข้าขอแนะนำว่าให้ตรงไปที่หอคอยสกัดกลั่นมาร”อู่ชิงเย่กล่าวคำแนะนำที่ทำให้ฉินเฉารู้สึกประหลาดใจ“จะไปที่หอคอยสกัดกลั่นมารทำไม? ที่นั่นดูอันตรายมากกว่าอีกนะ”ฉินเฉาเอ่ยถามออกมาด้วยความแปลกใจ“เมื่อเทียบกับหอคอยทะลุฟ้าแล้ว พวกเรายังเข้าใจโครงสร้างภายในของหอคอยสกัดกลั่นมารมากกว่าน่ะสิ”“แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ฉันคิดว่าม่านพลังของหอคอยสกัดกลั่