ามายิ้มอีกเหรอ?”อู๋ชิงเย่กลอกตาใส่ฉินเฉา “เจ้าคนเลือดเย็น!”“เอ่อ……….พวกเราจมอยู่กับความโศกเศร้าตลอดไปไม่ได้หรอกนะ”ฉินเฉากล่าวออกมา “ถึงเตี๋ยอู่จะจากไปแล้ว แต่อย่างน้อยหนานกงเหลียงก็ยังได้สติกลับคืนมา นี่ก็เป็นทางเลือกของเตี๋ยอู่เองด้วย เธอคิดที่จะใช้ความตายของเธอปลุกคนที่เธอรักมากที่สุดให้ได้สติขึ้นมา”“เฮ้อ เตี๋ยอู๋ช่างโง่เขลาเกินไปจริงๆ”อู๋ชิงเย่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแบบนั้น “ผู้หญิงที่จมอยู่ในความหลงใหลล้วนโง่เขลาแบบนี้กันทั้งนั้น เพราะแบบนี้ถึงได้ถูกผู้ชายอย่างพวกเจ้ารังแกยังไงล่ะ”จากนั้นเธอก็จ้องมองฉินเฉาด้วยสายตาไม่พอใจขึ้นอีกสองเท่า“มารดามันเถอะ! เธอจะมองฉันแบบนั้นทำไม!”ฉินเฉาส่งกระแสจิตกลับไปอย่างอดไม่ได้ “หนานกงเหลียงก็พยายามเต็มที่แล้ว ไม่ใช่ว่าเขาต้องกลายเป็นปีศาจเพราะเตี๋ยอู่หรือไง?”“ฮึ่ม! หากไม่ใช่เพราะว่าเขาทรยศเตี๋ยอู่ตั้งแต่แรก เตี๋ยอู๋ก็คงจะไม่ต้องถูกจองจำและถูกทรมานแบบนั้น”อู๋ชิงเย่เบ้ปากกล่าวขึ้นมา “ยังไงก็เถอะ ผู้ชายหลายใจอย่างพวกเจ้ามันใช้ไม่ได้จริงๆ!”“อะไรล่ะนั่น? วันนี้อากาศดีจริงๆ วิวทิวทัศน์ของสำนักเฟิงสุ่ยก็สวยงามสุดๆ”“เจ้าบ้านี่ เปลี่ยนเรื่องงั้นเหรอ!”“อะไรกัน? พวกเรามาถึงสนามประลองกันแล้วนะ มาทำภารกิจของพวกเรากันต่อดีกว่า”ฉินเฉารีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วทั้งสามคนเดินมาถึงสนามประลองอย่างรวดเร็วแต่ลิลลี่กลับมีสีหน้าที่ดูไม่ดีนัก“ยังคิดถึงเรื่องของปู้จิงเทียนอยู